เจาะลึกจักรวาล The Witcher มหากาพย์นักล่าปีศาจอันยิ่งใหญ่

0
476
เจาะลึกจักรวาล The Witcher นิยาย หนังสือ เกม ซีรีส์

The Witcher เดิมเป็นนวนิยายแฟนตาซีเรื่องสั้น แต่งโดย Andrzej Sapkowski นักเขียนชาวโปแลนด์ แต่หลายคนมักจดจำชื่อนี้ในรูปแบบของวิดีโอเกมที่ดังมากในเครื่องเล่นเพลย์ สเตชัน หรือบางคนก็อาจจำได้ว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์บนเน็ตฟลิกซ์ที่ช่วงหนึ่งฮิตกันทั่วประเทศ ชวนให้สับสนไปกันใหญ่ว่าตกลง The Witcher นี่มันคืออะไรกันแน่ เพราะก็คงมีไม่กี่คนที่จะติดตามมหากาพย์นี้ครบหมดทั้งในรูปแบบหนังสือ เกม และซีรีส์ แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วทุกอย่างมันรวมอยู่ในจักรวาลเดียวกันทั้งหมด สลอธจะมาอธิบายให้ฟังในบทความนี้ครับ

SPOILER ALERT: บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนจากนิยาย ซีรีส์ และเกม The Witcher

Recap: The Witcher เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร

The Witcher เป็นเรื่องราวของโลกที่สิ่งมีชีวิตหลายเผ่าอาศัยรวมอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน ทั้งมนุษย์ เอลฟ์ ผู้วิเศษ รวมถึงสัตว์ปีศาจที่มักจะออกล่าอาหารจนเกิดการรุกรานสายพันธุ์อื่น มนุษย์จำนวนหนึ่งจึงถูกทดลองและทำให้กลายพันธุ์ มีทักษะการต่อสู้ พละกำลัง ความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อทำหน้าที่รับกำจัดปีศาจเหล่านั้นแลกกับเงิน แต่นานวันไปมนุษย์สายพันธุ์นี้กลับถูกมองว่าเป็นพวกนอกคอก และเป็นตัวอันตราย พวกเขาจึงถูกกีดกันออกจากสังคม และกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที

เนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับ 3 ตัวละครเอก ได้แก่ “แกรอลท์แห่งริเวีย” วิทเชอร์ผู้มีฉายาว่าหมาป่าสีขาว “เยนเนเฟอร์แห่งเวนเกอร์เบิร์ก” แม่มดสาวคู่รักของแกรอลท์ และ “ซิริลาแห่งซินทรา” เจ้าหญิงน้อยผู้เป็นเหมือนลูกบุญธรรมของแกรอลท์ เธอมีสายเลือดเอลฟ์โบราณ และเป็นเจ้าของพลังมหาศาลที่สามารถครอบครองโลกได้ หลังจากประเทศของเธอแพ้สงคราม ซิริลาจึงถูกทุกอาณาจักร ทุกเผ่าพันธุ์ตามล่าอย่างหนัก เพราะทุกคนเชื่อว่าพลังอันแก่กล้าของเธอจะนำมาซึ่งอำนาจล้นเหลือ

(ซ้ายไปขวา) ซิริลา แกรอลท์ และเยนเนเฟอร์ จากวิดีโอเกม The Witcher

สำหรับเนื้อเรื่อง สลอธจะรีแคปแค่สั้น ๆ เผื่อว่าใครอยากจะตามไปอ่าน ไปเล่น ไปดูทั้งหมดด้วยตัวเองนะครับ The Witcher จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องราวชะตากรรมของตัวละครเอกทั้ง 3 ตัว ที่ประกอบไปด้วยการผจญภัย ความรัก ความผูกพัน เวทมนตร์ และเกมการเมืองแย่งชิงอำนาจระหว่างเผ่าพันธุ์ ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คล้าย ๆ Game of Thrones นั่นแหละครับ เพียงแต่เน้นเล่าเรื่องการผจญภัยเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างจากมหาศึกชิงบัลลังก์ที่เน้นเรื่องการแย่งชิงอำนาจล้วน ๆ แต่แก่นของเรื่องค่อนข้างคล้ายกัน

ทีนี้สิ่งที่หลายคนน่าจะเคยตั้งคำถามกับมหากาพย์เรื่องนี้ คือ มันมีตั้งหลายเวอร์ชัน ทั้งเกม หนังสือ ซีรีส์ ควรเริ่มจากที่ไหนดี? ต่อไปนี้สลอธจะขอเปิดคลาส The Witcher 101 เพื่อน ๆ ทุกคนเชิญจับจองหาที่นั่งอ่านกันได้เลยครับ

The Witcher เริ่มต้นจากหนังสือที่ใช้เวลาเขียนนานกว่า 20 ปี

สำหรับฝั่งตะวันตก งานเขียนส่วนใหญ่ที่ถูกหยิบมาทำเป็นเกมหรือซีรีส์นั้นมักจะเป็นนวนิยายในลักษณะ ‘มหากาพย์’ หรือนิยายเซ็ตที่มีหลาย ๆ เล่มอยู่แล้ว เห็นได้จากตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ เรื่อง เช่น The Lord of the Ring กับ Game of Thrones ของลุง Gorge R. R. Martin หรือซีรีส์แฟนตาซีที่ดังอยู่ช่วงนี้อย่าง Shadow and Bone แน่นอนว่า The Witcher เองก็เช่นกัน แต่ต่างจากเรื่องอื่น ๆ หน่อย ตรงที่คนแต่งตีพิมพ์ “Sword of Destiny” นิยายเล่มแรกเมื่อปี 1992 และใช้เวลาถึง 20 ปีกว่าจะตีพิมพ์เล่มสุดท้าย “Season of Storms” ออกจำหน่ายเมื่อปี 2013

นิยายเซ็ตนี้มีทั้งหมด 6 เล่ม และยังไม่รวมเรื่องสั้นอีก 15 เรื่อง จะไม่ให้เรียกว่ามหากาพย์ก็คงไม่ได้ เพราะนอกจากเรื่องราวที่ยืดยาวแทบจะอ่านกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว เวลาที่คนแต่งใช้เพื่อออกหนังสือทั้งเซ็ตก็นานแสนนาน พูดเลยว่าคนแต่งเขียนจนแก่ คนอ่านก็อ่านจนแก่เช่นกัน แต่ข่าวดีก็คือนิยายเรื่องนี้เขียนจบแล้ว รวมถึงฉบับแปลภาษาไทยเองก็ตีพิมพ์ครบทุกเล่มแล้วด้วย ดังนั้นใครที่อยากจะเดบิวต์เข้าสู่แฟนด้อม The Witcher แนะนำว่าเริ่มจากหนังสือดีที่สุดครับ รับรองว่าได้เนื้อเรื่องครบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแค่อาจจะต้องมีเวลาอ่านเยอะ (มาก) หน่อย

Netflix’s The Witcher ซีรีส์ย่อยง่าย ใช้เวลาดูไม่นาน

ถ้าหากใครไม่ใช่หนอนหนังสือ The Witcher ก็ยังถูกผลิตออกมาเป็นเวอร์ชันซีรีส์ที่อำนวยการสร้างโดยเน็ตฟลิกซ์ด้วย ซึ่งเนื้อหาเกือบทุกอย่างในซีรีส์ล้วนอ้างอิงมาจากนิยายทั้งสิ้น ดังนั้นถึงแม้การดูอาจจะทำให้เก็บรายละเอียดเนื้อเรื่องได้ไม่ครบเท่าการอ่านต้นฉบับ แต่ก็วางใจได้ว่าเราจะได้เสพทุกเรื่องราวแบบไม่ตกหล่น แถมอยู่ในรูปแบบที่ย่อยง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า เห็นภาพมากกว่า ตื่นเต้น เร้าใจกว่าเยอะ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นซีรีส์ทุ่มทุนสร้างของแอปสตรีมมิงเจ้าดัง โปรดักชั่นไม่มีทางไก่กาแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียอันใหญ่หลวงของซีรีส์ก็คือ ตอนนี้มันมีแค่ซีซั่นเดียวครับ (ร้องไห้) โดยซีซั่นที่ 2 เพิ่งมีข่าวออกมามาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2021 ว่าขณะนี้ซีรีส์กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการหลังถ่ายทำ ซึ่งการตัดต่อ ใส่คอมพิวเตอร์กราฟิก สเปเชียลเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ก็น่าจะกินเวลาไปอีกพักใหญ่ แต่ทางทีมงานก็ได้ประกาศไว้แล้วว่า The Witcher Season 2 จะออนแอร์ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แน่นอน ดังนั้นอีกไม่เกินครึ่งปีเราก็จะได้ชมภาคต่อกันแล้ว ไม่นานเกินรอครับ

ส่วนถ้าใครตัดสินใจจะเริ่มต้นจากการดูซีรีส์ ข้อควรระวังก่อนดู คือ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เรียงไทม์ไลน์เป็นเส้นตรงนะครับ ตัวละครเอกทั้ง 3 ตัวจะมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง โดยเกิดขึ้นในเวลาและสถานที่แตกต่างกัน เช่น ของแม่มดเยนเนเฟอร์เริ่มขึ้นประมาณปี 1206 ก่อนเส้นเรื่องของแกรอลท์ และหลังจากนั้นอีกประมาณ 60 ปี เส้นเรื่องของซิริลาจึงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ แกรอลท์และเยนเนเฟอร์นั้นมีชีวิตอยู่มานับร้อยปี ผ่านเหตุการณ์ชีวิตมามากมาย รักกันจนเลิกกันไปสิบรอบ เจ้าหญิงน้อยซิริลาถึงเพิ่งจะคลอดออกมาลืมตาดูโลก จนกระทั่งซิริลาเติบโตและมีเส้นเรื่องเป็นของตัวเอง ตัวละครทั้ง 3 จึงจะเดินทางมาบรรจบพบเจอกัน และทำให้ไทม์ไลน์ของเรื่องดำเนินไปเป็นเส้นตรงตามเวลาปัจจุบันอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในตอนสุดท้าย (EP8) ของซีรีส์

(ซ้ายไปขวา) เยนเนเฟอร์ แกรอลท์ และซิริลา จากซีรีส์ The Witcher ฉบับเน็ตฟลิกซ์

การที่ไทม์ไลน์ของเรื่องมันไม่เป็นเส้นตรง ปัญหาใหญ่ตอนดูที่เราจะประสบก็คือ งง นั่นเองครับ การตัดสลับไปมาของซีรีส์จะทำให้สับสนได้ง่ายมากว่าฉากที่เรากำลังดูอยู่เกิดขึ้นที่ไหน และเมื่อไหร่ แต่ถึงยังไงซีรีส์ก็จะมีคำใบ้บางอย่างคอยเตือนความจำเราเสมอ สลอธจึงคิดว่ามันก็ไม่ได้ยากเกินทำความเข้าใจมากนัก หากเราตั้งใจดูจริง ๆ

ซีรีส์ The Witcher ซีซั่นแรกที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ จะบอกเล่าเรื่องราวถึงแค่การพบเจอกันของแกรอลท์ เยนเนเฟอร์ และซิริลา ตัวละครเอกทั้ง 3 ตัวเท่านั้น คล้าย ๆ กับการเล่าปูมหลัง ที่มาของตัวละครก่อนปมปัญหาของจริงจะเกิดขึ้น ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับหากดูจบแล้วจะเกิดความรู้สึกว่า “นี่เราได้อะไรจากเรื่องนี้กันแน่ (วะ) เนี่ย” เพราะมันเป็นแค่การปูทางไปสู่สงครามของจริงในซีซั่นต่อ ๆ ไปนั่นเอง และใช่ครับ ซีซั่นต่อ ๆ ไปที่เราต้องรออีกครึ่งปีกว่าจะได้ดูนั่นแหละ (ร้องไห้อีกรอบ)

ภาคต่อของฉบับซีรีส์และนิยาย The Witcher เวอร์ชันวิดีโอเกม

มาสู่เวอร์ชันสุดท้ายที่โด่งดังจนกลายเป็นเกมในใจของใครหลาย ๆ คน The Witcher เวอร์ชันวิดีโอเกมจากค่าย CD Projekt Red นั่นเองครับ โดยภาคที่เป็นที่นิยมที่สุด คือ The Witcher 3: Wild Hunt เพราะเป็นภาคที่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มเครื่องเล่น Play Station 4 และ 5 รวมถึง Xbox แน่นอนอยู่แล้วว่าภาพสวยทะลุจอไปเลย โดยจริง ๆ แล้วเกม The Witcher นี่มีทั้งหมด 3 ภาค แต่ละภาคมีความโดดเด่นด้านเนื้อเรื่องหลักที่เข้มข้น (จนบางครั้งก็ชวนงงเพราะตัวละครเยอะเหลือเกิน) และภารกิจรอง (Side Quests) ที่แกรอลท์พระเอกของเราจะได้ออกโรงปราบปีศาจ ไขปริศนา ผจญภัยตามเมืองต่าง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ครับ

ในด้านของเนื้อเรื่องเมื่อเปรียบเทียบกับนิยายและซีรีส์ เวอร์ชันเกมนี่มีเนื้อเรื่องที่แยกตัวออกมาจากเวอร์ชันอื่น ๆ ชัดเจนมากครับ ไม่ได้อ้างอิงตามต้นฉบับเหมือน The Witcher บนเน็ตฟลิกซ์ แต่จะดำเนินเรื่องหลังจากเรื่องราวของเวอร์ชันนิยายและซีรีส์จบลง (หลังจากนี้เป็นสปอยล์ เตือนแล้วนะ!) นั่นก็คือ ในหนังสือตอนสุดท้าย แกรอลท์และเยนเนเฟอร์จะถูกชาวบ้านและเอลฟ์ฆ่าตาย หลังจากนั้นซิริลาจะหนีหายเข้ากลีบเมฆไป เนื้อเรื่องเกมภาคแรกจะเริ่มขึ้นหลังจากที่แกรอลท์ฟื้นจากความตายแบบงง ๆ แต่กลับสูญเสียความทรงจำไปหมด ทำให้เขาต้องออกเดินทางตามหาตัวตนของตัวเอง ตามหาเยนเนเฟอร์ แม่มดสาวคนรักที่ฟื้นจากความตาย และถูกคุมขังไว้สักที่หนึ่งบนโลก รวมถึงตามหาซิริลา เด็กน้อยที่แกรอลท์ผูกพันกับเธอทางโชคชะตาด้วย เกมภาค 2 และ 3 ก็ดำเนินเรื่องต่อจากนั้นมาอีกเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากใครเริ่มเข้าสู่แฟนด้อมนี้ด้วยการเล่นเกมเป็นอันดับแรก ก็อาจจะงง ๆ ว่านายแกรอลท์นี่เป็นใคร แล้วเอ็งตามหาอะไรอยู่กันแน่ เพราะมันเท่ากับเราเข้าสู่เรื่องราวจากส่วนสุดท้ายของเนื้อเรื่องนั่นเองครับ

อ่านบทความนี้จบ หลายคนคงสัมผัสได้ถึงความเป็นมหากาพย์ของ The Witcher แล้ว เรียกได้ว่าอีรุงตุงนังจนปวดประสาท คนนู้นรักคนนี้ คนนี้เกลียดคนนั้น คนนั้นฆ่าคนโน้น แก่งแย่งชิงอำนาจกันสุดขอบโลก แต่ถ้าเริ่มต้นตามเวอร์ชันที่สลอธแนะนำ รับรองว่าเข้าใจทะลุปรุโปร่ง รอเล่นเกมภาค 4 และดูซีรีส์ภาค 2 ต่อได้แบบชิลล์ ๆ เลยครับ