3 ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนดู Shadow and Bone

0
200
ซีรีส์ Shadow and Bone ตำนานกรีชา

เดือนพฤษภาคมอันแสนร้อนอบอ้าว มาพร้อมกับช่วงล็อกดาวน์ และสัปดาห์ที่ Trending 10 อันดับแรกบนเน็ตฟลิกซ์เต็มไปด้วยซีรีส์เกาหลี นับว่าแอบเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงนี้เกาหลีออนแอร์ซีรีส์สนุก ๆ ออกมาหลายเรื่องจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Law School, Tail of the Nine Tailed หรือเรื่องฮิตตลอดกาลอย่าง Vincenzo แต่ท่ามกลางกระแสแดนกิมจิสุดร้อนแรง เน็ตฟลิกซ์ยังแอบปล่อยซีรีส์แฟนตาซีตะวันตกเรื่องหนึ่งออกมาแบบเงียบ ๆ แต่สลอธไปดูมาแล้ว บอกเลยว่าสนุกจนยิงยาวจบซีซั่นแบบไม่หยุดพักได้เลยทีเดียว ซีรีส์เรื่องนี้คือ “Shadow and Bone” นั่นเอง

Shadow and Bone เป็นซีรีส์แฟนตาซีที่สร้างจากนวนิยายไตรภาคเรื่อง “The Grisha Trilogy” เนื้อหาเกี่ยวกับดินแดนชื่อว่าราฟกา ที่ซึ่งกึ่งกลางของทวีปมีพื้นที่ที่เป็นเงามืดพาดขวาง แบ่งแผ่นดินออกเป็นราฟกาตะวันตกและราฟกาตะวันออก โดยที่ด้านใน ‘พยับเงา’ นั้นเต็มไปด้วยปีศาจร้าย พร้อมจะฆ่าทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้าไป มนุษย์จึงต้องประดิษฐ์เรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์ขึ้นมา เพื่อให้สามารถข้ามพยับเงาดังกล่าวไปสู่ดินแดนอีกฝั่งหนึ่งได้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้น เมื่อนักวาดแผนที่คนหนึ่งบังเอิญได้เข้าไปในแดนพยับเงาโดยบังเอิญ เรือของเธอถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายจนทุกคนเกือบจะต้องตายกันหมด ในตอนนั้นเองที่พลังที่หลบซ่อนในตัวเธอเปิดเผยออกมา และโลกก็ได้พบว่า “เทพธิดาแห่งตะวัน” ผู้มีพลังในการเรียกแสง (Sun Summoner) ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานโบราณเท่านั้น

อ่านเรื่องย่อจบ หลายคนคงเดาได้แล้วแล้วว่านี่คือซีรีส์แฟนตาซีระดับ 1000% เพราะเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในโลกจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมองของผู้กำกับล้วน ๆ ทีนี้ถ้าหากใครสนใจและอยากไปตามดู ต้องเตือนก่อนว่าช่วงแรกซีรีส์จะดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว ไม่ค่อยมีฉากที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจกับเซตติ้งต่าง ๆ มากนัก ทำให้ตามไม่ค่อยจะทันสักเท่าไหร่ สลอธจึงรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นมาไว้ให้ทุกคนด้านล่างนี้ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะดู Shadow and Bone รู้เรื่องมากขึ้นแน่นอนครับ

ราฟกาเป็นเพียงอาณาจักร ไม่ใช่ทั้งหมดของโลก

ในซีซั่นแรก เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ดำเนินอยู่ในดินแดนที่ชื่อว่า “ราฟกา (Ravka)” ซึ่งอย่างแรกที่เราควรรู้ก่อนลุยดูซีรีส์เรื่องนี้ นั่นก็คือราฟกาเป็นเพียงแค่ทวีปหนึ่งเท่านั้น โลกของ Shadow and Bone ยังประกอบด้วยอาณาจักรอื่นอีกมากมาย ที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ ก็อย่างเช่น ฟเยียร์ดา (Fjerda) และชูฮัน (Shu Han) แต่ละอาณาจักรมีพื้นที่ เขตแดน การปกครอง สังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และมีการทำสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจตลอดเวลา ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับความเป็นจริง ก็คล้าย ๆ กับโลกของเราในยุคสงครามโลก เพียงแต่ใน Shadow and Bone จะมีอาณาจักรใหญ่เพียงแค่ 5 ดินแดน บ้างก็เป็นพันธมิตรกัน บ้างก็เป็นศัตรูกัน บ้างก็มีความสัมพันธ์กันเฉพาะทางการค้า ซึ่งแน่นอนว่าเกิดความหลากหลายทางเชื้อชาติ และทำให้เราจะได้เห็นปัญหาการเหยียดชาติพันธุ์บ่อยมากแทบตลอดทั้งเรื่อง

ราฟกา เป็นอาณาจักรที่ปกครองโดยกษัตริย์ และครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่ง แต่เมื่อ “แดนพยับเงา” ถูกจอมเวทย์ใช้มนตร์ดำสร้างขึ้นมา ทำให้เกิดพื้นที่สีดำแผ่กว้าง แยกแผ่นดินออกเป็น 2 ด้าน ปัจจุบันราฟกาจึงถูกแบ่งครึ่งออกเป็น “ราฟกาตะวันตก” และ “ราฟกาตะวันออก” แม้ว่าทั้งสองฝั่งจะยังคงถือเป็นอาณาจักรเดียวกัน และปกครองด้วยกษัตริย์องค์เดียว แต่อำนาจก็ไม่แข็งแกร่งอย่างที่เคย แถมแดนพยับเงายังก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการติดต่อ การขนส่ง การเดินทาง ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกเริ่มจะแบ่งแยกตัวเองออกจากกัน จนในที่สุดก็กลายเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ

การแบ่งแยกเป็นตะวันตกและตะวันออกนี่แหละที่จะทำให้เรางงเป็นไก่ตาแตกเวลาดู เพราะซีรีส์จะตัดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองฝั่งสลับกัน แถมบางครั้งตัวละครก็มีการข้ามแดนไปมาอีก ดังนั้นเคล็ดลับคือเราต้องมีสติ จำให้ดีว่าสถานที่นี้อยู่ฝั่งไหน ตัวละครตัวนี้พื้นเพเป็นคนที่มาจากฝั่งตะวันตกหรือตะวันออก ห้ามสับสนเด็ดขาด เพียงแค่นี้เราก็จะดูซีรีส์เรื่องนี้รู้เรื่องแบบไม่ต้องกรอย้อนกลับไปกลับมา

แดนพยับเงาคืออะไร?

แดนพยับเงา (The Fold หรือ The Unsea) เป็นชื่อเรียกพื้นที่สีดำที่มีลักษณะเหมือกำแพงสูงเสียดฟ้าขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านกั้นระหว่างดินแดนราฟกาทั้งสองไว้ กำแพงที่ว่านี้ไม่ได้บาง ๆ เหมือนที่เราคุ้นเคยกัน แต่เป็นกำแพงที่ทอดยาวตั้งแต่ต้นซ้ายจรดขวาเขตแดนของอาณาจักร และมีความหนาหลายสิบกิโลเมตร ภายในพื้นที่นั้นทั้งหมดเป็นเงามืด ไม่มีแสงเล็ดรอดถึง และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายที่ชื่อว่า “โวลครา (Volcra)” ซึ่งมักเข้าโจมตีและฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่เข้าไปข้างใน ทำให้มนุษย์พยายามประดิษฐ์เรือที่ขับเคลื่อนได้เร็วด้วยพลังลม เพื่อเป็นพาหนะในการใช้ข้ามแดนพยับเงา เพราะถ้าหากข้ามไปไม่ได้ การเดินทางหรือขนส่งอื่น ๆ ต้องอ้อมพื้นที่นี้ไปไกลถึงสุดขอบอาณาจักร ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองเงินและเวลาอย่างมาก แถมบริเวณชายแดนยังมีโอกาสสูงที่จะปะทะกับชาวฟเยียร์ดา ที่ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่ใช่เพื่อนบ้านที่เป็นมิตรสักเท่าไหร่นัก

ตามตำนานที่ชาวราฟกาเล่าขานกันมา แดนพยับเงาเกิดขึ้นจากพลังของจอมเวทย์แห่งความมืดคนหนึ่งในอดีต เขาต้องการมีอำนาจเหนือกษัตริย์ จึงตั้งใจจะใช้เวทมนตร์สร้างกองทัพเป็นของตัวเอง แต่เวทมนตร์นั้นกลับผิดพลาด กลายเป็นแผ่ขยายอาณาเขตกลืนกินเมืองไปทั้งเมือง รวมถึงตัวจอมเวทย์คนนั้นด้วย นับสิบปีผ่านไปหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายพื้นอาคมนั้นลงได้ แดนพยับเงาจึงยังคงอยู่เป็นคำสาปคู่ดินแดนราฟกามาจนถึงปัจจุบัน

โลกที่มนุษย์ถูกแบ่งแยกด้วยความสามารถทางเวทมนตร์

เช่นเดียวกับสังคมมนุษย์ทั่วไป ใน Shadow and Bone เองก็มีการแบ่งชนชั้นออกเป็นระดับต่าง ๆ เช่น ประชาชนทั่วไป ทหาร ขุนนาง กษัตริย์และราชวงศ์ นอกเหนือจากนั้น ยังมีอีกชนชั้นหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “กรีชา” หรือก็คือมนุษย์ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ซึ่งจะมีสถานะแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา กรีชาสามารถเป็นได้ทั้งชนชั้นสูงและชนชั้นล่าง ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยู่ในดินแดนของอาณาจักรไหน ถ้าหากเป็นราฟกา กรีชานับเป็นมนุษย์ผู้มีพรสวรรค์ มักจะถูกเกณฑ์ไปรวมรบในสงคราม มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าทหารทั่วไป และมักจะรับใช้ใกล้ชิดกษัตริย์ ขณะเดียวกัน กรีชากลับถูกรังเกียจจากผู้คนในอาณาจักรฟเยียร์ดา เพราะพวกเขามองว่ามนุษย์ที่ใช้เวทมนตร์ได้นั้นผิดธรรมชาติ นับเป็นภัยอันตรายที่ต้องถูกจับและนำไปขึ้นศาลแม่มด และส่วนมากก็จบลงที่การประหารชีวิต

โดยปกติกรีชาคนหนึ่งจะเกิดมาพร้อมทักษะทางเวทมนตร์เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ทุกอย่างบนโลกได้ ทำให้ในราฟกามีการแบ่งประเภทของกรีชาตามทักษะติดตัวที่เขาหรือเธอมี เช่น ผู้เยียวยา (Healers) มีพลังในการรักษาอาการบาดเจ็บทางร่างกาย ผู้เรียกอัคคี (Inferni) มีพลังในการควบคุมไฟ ผู้เรียกวายุ (Squallers) มีพลังในการควบคุมลม และเป็นกรีชาที่จำเป็นในการเดินเรือข้ามแดนพยับ หรือนักรบพลังจิต (Heartrenders) ผู้มีพลังในการได้ยินและควบคุมชีพจร กรีชาที่มีพลังลักษณะนี้มักจะถูกใช้เป็นบอดี้การ์ด หรือทหารสงครามในแนวหน้า เพราะสามารถปลิดชีพศัตรูได้ง่ายดายกว่ากรีชาประเภทอื่น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีกรีชาประเภทพิเศษ ซึ่งมีพลังในแบบที่หาได้ยาก เช่น ผู้เรียกเงา (Shadow Summoner) กรีชาลักษณะเดียวกับจอมเวทย์ที่เป็นคนสร้างแดนพยับเงา และผู้เรียกแสง (Sun Summoner) ซึ่งตามตำนานของราฟกา ยังไม่เคยมีกรีชาลักษณะนี้ปรากฎขึ้นเลยสักคน นางเอกของเราจึงนับว่าเป็นเทพธิดาแห่งตะวันคนแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องอ่านข้อมูลเหล่านี้ก่อนไปดู เพราะในซีรีส์จะไม่มีการอธิบายพื้นเพเลยแม้แต่นิดเดียว เนื้อเรื่องจะดำเนินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ โดยที่เราต้องพยายามตามให้ทันเอง สลอธขอบอกเลยว่าในตอนแรก ๆ การจำตัวละครเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะตัวละครสำคัญมีหลายตัว แถมอยู่ต่างที่ ต่างเวลา และยังต่างบทบาทเข้าไปอีก ขนาดกรีชาหลาย ๆ คนสวมชุดแตกต่างกัน พอเรียกพลังออกมาก็ยังมีงง ๆ แบบ “เอ้า ฉันคิดว่าเธอมีพลังลมมาตลอด ไหงพอเรียกออกมากลายเป็นไฟเฉยเลย” (ฮา) ดังนั้นสลอธก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจเซตติ้งของโลก Grishaverse ได้ง่ายขึ้น และดู Shadow and Bone ได้เข้าใจมากขึ้นนะ