กลไก หัวใจ ดับสูญ แอนิเมชันที่ไม่อยากให้จบภายในสิบนาที

0
260
กลไก หัวใจ ดับสูญ Love Death + Robots

Love Death + Robots เป็นซีรีส์รวมแอนิเมชันผู้ใหญ่ ซึ่งจะมาฉีกทุกประสบการณ์การดูอนิเมะที่คุณเคยมีมาทั้งหมด เพราะโปรเจกต์นี้ให้ความสนุกในแบบที่แตกต่างกับเราจริง ๆ ครับ เพราะทุกตอนเป็นเรื่องสั้นแบบจบในตอนภายใน 10-15 นาที และมาจากนักวาดคนละคน สตูดิโอคนละบริษัท ทำให้เราได้เสพทั้งเนื้อเรื่องและลายเส้นที่ไม่เหมือนกันในแต่ละตอน ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน นั่นก็คือ เรื่องราวเกี่ยวกับโลกอนาคต หุ่นยนต์ และความตาย ตามชื่อไทยที่แปลออกมาได้สวยมาก ๆ ว่า กลไก หัวใจ ดับสูญ นั่นเอง

อย่างที่บอกว่ามันเป็นแอนิเมชันสั้นแบบจบภายใน 10 นาที ดังนั้นเราจะเลือกดูตอนไหนก่อนก็ได้ (แต่เชื่อเถอะว่าสุดท้ายก็ต้องดูทั้งหมด เพราะมันสนุก) เจ้าสลอธจึงจะมาแนะนำซีรีส์ 5 ตอนที่สนุกที่สุดของ Love Death + Robots ทั้งซีซั่น 1 และ 2 เผื่อใครไม่อยากนั่งไล่ดูไปทีละตอน รับรองได้เลยว่าทุกตอนที่คัดมาให้ด้านล่างนี้ เข้มข้น มันส์หยดจนไม่อยากให้จบแค่ในตอนแน่นอน

SOFT SPOILER ALERT: มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน (แต่ไม่ทั้งหมด) ในแอนิเมชัน กลไก หัวใจ ดับสูญ

Sonnie’s Edge: ความแข็งแกร่งของทีมซอนนี่

เรื่องนี้พูดถึงโลกอนาคตที่การนำสัตว์มาต่อสู้กันกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในวงการพนันใต้ดิน แต่ ‘สัตว์’ ที่ว่านี้ เป็นมอนสเตอร์ที่ถูกเพาะเลี้ยง ดัดแปลงมาเพื่อลงสังเวียนโดยเฉพาะ ไม่มีความรู้สึกนึกคิด และต้องอาศัยสมองของมนุษย์ควบคุมการเคลื่อนไหวผ่านเครื่องบังคับ เปรียบได้กับนวมมีชีวิตที่คนสวมใส่เพื่อใช้สู้กัน “ซอนนี่” เป็นไฟท์เตอร์คนหนึ่งในการพนันนี้ที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน เดิมพันที่คนเลือกวางข้างเธอนั้นมีมูลค่ามหาศาล แต่เบื้องหลังความแข็งแกร่งของซอนนี่ ใครจะรู้ว่าเธอไม่ได้สู้เพื่อชนะ แต่สู้เพื่อชีวิตตัวเองต่างหาก

ขอกระซิบว่าเรื่องนี้เป็นตอนที่สนุกที่สุดอันดับ 1 ในใจสลอธเลยครับ

Beyond the Aquila Rift: ห่างไกลจากอควิลา ริฟท์

ในโลกอนาคตที่การเดินทางข้ามจักรวาลเป็นไปได้เพียงพริบตาด้วยการส่งยานอวกาศวาร์ปไปในเส้นทางความเร็วสูงที่เรียกว่าเซิร์จพอยท์ “ทอม” และลูกเรือผู้ร่วมเดินทางกับเขาอีก 2 คนควรจะไปถึงสถานีอวกาศที่ชื่อว่า “อควิลา ริฟท์” ที่อยู่ไม่ไกลจากโลกมากนัก แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าระบบนำทางที่ขัดข้องทำให้ยานวาร์ปมาโผล่ผิดสถานี และอยู่ห่างไกลจากปลายทางถึงหลายล้านปีแสง โชคยังดีที่ทอมได้เจอกับคนรักเก่าที่สถานีนั้น และเธอสัญญาว่าจะช่วยให้เขากลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลาอยู่ที่นั่นหลายวันเข้า เขาก็เริ่มค้นพบว่าทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่ตาเห็น

Shape-shifters: ครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์

ตอนนี้เป็นอีกตอนที่มีเซตติ้งค่อนข้างน่าสนใจครับ เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการทำสงครามระหว่างอเมริกาและกลุ่มตาลีบันที่ยืดเยื้ออย่างยาวนาน แต่แตกต่างจากปัจจุบันตรงที่อเมริกามีทหารแบบใหม่ที่ถูกเรียกว่า “Dog Soldier” หรือมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษในการแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า “เดคเกอร์” เป็นทหารคนหนึ่งที่มีพลังดังกล่าว เดิมทีเขาไม่ได้อยากเป็นทหาร แต่เข้าร่วมกับกองทัพเพื่อตามมาดูแลเพื่อนสนิทที่มีพลังแบบเดียวกัน คืนหนึ่งหน่วยแนวหน้าโดนมนุษย์หมาป่าฆ่าตายเรียบทั้งกอง รวมถึงเพื่อนสนิทของเดคเกอร์ด้วย นั่นทำให้เขาเสียใจมาก และตัดสินใจจะออกแก้แค้นเผ่าพันธุ์เดียวกันนับตั้งแต่นั้น

จริง ๆ แล้วตอนนี้ค่อนข้างแตกต่างจากตอนอื่น ๆ นะครับ เพราะไม่ได้มีการเล่าถึงความล้ำสมัยของหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรอะไรมากมาย แต่กลับเอาความล้ำสมัยนั้นมาใส่ในร่างมนุษย์แทน และนำเสนอออกมาในรูปแบบของกลยุทธ์ทางทหาร จึงเป็นอีกตอนที่สลอธคิดว่าน่าสนใจมากทีเดียว

Snow in the Desert: หิมะกลางทะเลทราย

สามเรื่องแรกเป็นตอนที่มาจากซีซั่น 1 คราวนี้เรามาดูเรื่องราวที่อยู่ในซีซั่น 2 ที่เพิ่งปล่อยออกมากันบ้างครับ “Snow in the Desert” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของค่าหัวราคาหมาศาล เพราะเขาเป็นคนเดียวที่เก็บงำความลับของการมีชีวิตเป็นอมตะเอาไว้ ในดีเอ็นเอที่สามารถสะกัดได้จากเนื้อเยื่อบริเวณถุงอัณฑะ พูดง่าย ๆ ก็คือ หมอนี่ถูกคนทั้งจักรวาลแย่งกันตามล่าเพื่อตัดถุงไข่ไปขายนั่นเองครับ (ปั่นมาก) เขาหนีมากบดานบนดาวทะเลทรายดวงหนึ่ง ที่ซึ่งเวลากลางวันอากาศร้อนระอุจนใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งไม่ได้ และที่นั่น เขาได้พบกับ AI สาวที่ถูกชีวิตทรมานจากการเป็นอมตะเช่นกัน

Pop Squad: ทีมล่าเด็ก

เมื่อมนุษย์คิดค้นสารที่ใช้กระตุ้นให้ร่างกายคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ ทำให้สามารถใช้ชีวิตยืนยาวหลายร้อยปีจนเกิดปัญหาประชากรล้นโลก การมีลูกจึงถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเด็กทุกคนต้องถูกหน่วยงานของรัฐกำจัดทิ้ง “บริกส์” เจ้าหน้าที่ในทีมล่าเด็กคนหนึ่ง กำลังถูกงานของตัวเองตามมาหลอกหลอน เมื่อได้พบกับหญิงสาวที่ทำให้เขาเริ่มตระหนักว่า แท้จริงแล้วการเป็นอมตะทำให้ความหมายของการมีชีวิตอยู่เริ่มจางหายไป

ส่วนตัวสลอธคิดว่า Love Death + Robots Volume 2 นั้นน่าสนใจแทบจะทุกเรื่องเลยครับ แต่ละตอนก็มีคอนเซ็ปต์ชวนให้เได้ครุ่นคิดต่อว่า ถ้าในอนาคตโลกกลายเป็นแบบนั้นจริง ๆ เราจะใช้ชีวิตกันยังไงต่อไป แถมด้วยความที่มันเป็นซีซั่น 2 ทำให้เนื้อเรื่อง บท และงานโปรดักชันต่าง ๆ มีความกลมกล่อมมากขึ้น ย่อยง่าย เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ดูได้เพลิน ๆ จนอยากจะให้แต่ละตอนทำเป็นเรื่องยาวให้รู้แล้วรู้รอด เพราะซีรีส์เรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่า 10 นาทีมันน้อยมากเกินไปจริง ๆ