Carnival Row: ความรักต่างเผ่าพันธุ์ คดีฆาตกรรม และการเมือง

0
282
Carnival Row ซีรีส์ดาร์กแฟนตาซี

Carnival Row เป็นซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน ดาร์กแฟนตาซี ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะฉายอยู่ในสตรีมมิงของ Amazon Prime Video ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านเรามากเท่ากับแอปดัง ๆ อย่าง Netflix, HBO GO หรือ Disney+ Hotstar ที่กำลังจะเปิดให้บริการในไทยปลายเดือนมิถุนายนนี้ แต่ถ้าหากใครมีเวลาสักสองสามวันมานั่งดูเรื่องนี้ รับรองว่าจะได้พบกับซีรีส์ดาร์กแฟนตาซีโปรดักชั่นเยี่ยมอีกเรื่อง ที่การันตีว่าจะทำให้คุณต้องจับเข่าคอยซีซั่น 2 ไปพร้อม ๆ กันเลยแหละครับ

อ่านก่อนรีวิว: Orlando Bloom ประกบคู่กับ Cara Delevingne

ก่อนจะเข้าสู่รีวิวแบบเล่าสู่กันฟัง สลอธขออนุญาตเอาพระนางของเรื่องนี้มาเป็นเหยื่อล่อทุกคนก่อนนะครับ (ฮา) พระเอกของเรา “ไฟโล” เป็นตำรวจประจำเมืองเบิร์ก เมืองหลวงของอาณาจักรสมมติแห่งหนึ่งในโลกของ Carnival Row แสดงโดยออร์แลนโด บลูม ซึ่งเราน่าจะรู้จักเขาดีอยู่แล้วจากหนังดังหลาย ๆ เรื่อง อย่าง Pirates of the Caribbean หรือ The Lord of the Rings และ The Hobbit ส่วนนางเอก “วินเยตต์” รับบทโดยนางแบบสาว คาร่า เดเลอวีน (ที่หลายคนก็น่าจะรู้จักดีอีกเช่นกัน) ซึ่งในเรื่องนี้เธอจะได้แสดงเป็นเผ่าพันธุ์ภูตมีปีกที่ในซีรีส์เรียกว่า “เฟ” ย่อมาจาก “แฟรี่ (Faerie)” ที่แปลว่านางฟ้านั่นเอง

ความรักต่างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์และภูต

Carnival Row เล่าเรื่องราวของโลกสมมติซึ่งอาณาจักรถูกแบ่งการครอบครองออกตามเผ่าพันธุ์ บางอาณาจักรเป็นของมนุษย์ บางอาณาจักรเป็นของเผ่าพันธุ์อื่น ๆ อย่างเฟ (แฟรี่) ภูตมีปีกคล้ายนางฟ้า, พักค์​ (Puck) ที่มีเขาบนหัวและกีบเท้าคล้ายแกะ และเซนทอร์ (Centaur) ซึ่งท่อนบนเป็นมนุษย์ แต่ท่อนล่างมีสี่ขา และเดินสี่เท้าคล้ายสัตว์จำพวกม้า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมนุษย์เริ่มทำสงครามแข่งกันยึดครองดินแดน อาณาจักรของเผ่าพันธุ์อื่นก็เริ่มถูกรุกราน จนสุดท้ายก็ตกอยู่ใต้อำนาจอาวุธและวิทยาการของมนุษย์ ทำให้เหล่าประชาชนต่างสปีชีส์ต้องหนีตายออกจากอาณาจักรของตัวเอง และอพยพมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอื่นในที่สุด ซึ่งอาณาจักรที่พวกเขาต้องระหกระเหินมาพึ่งพิงก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นดินแดนของพวกมนุษย์ที่ขับไล่พวกเขาออกจากบ้านเกิด

ซีรีส์ซีซั่นแรกจะสโคปเรื่องราวอยู่แค่ในเมืองเบิร์ก เมืองหลวงที่เดิมเคยเป็นอาณาจักรของมนุษย์ แต่ปัจจุบันเริ่มมีเผ่าพันธุ์อื่นอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เยอะขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการเหยียดชาติพันธุ์ โดยคนเมืองเบิร์กจะนิยมเรียกเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์แบบรวม ๆ กันว่า “คริตช์ (Critch)” ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับโลกของเราในความเป็นจริง ก็คล้ายกับการที่คนอเมริกันหรือคนขาว มักจะเรียกคนผิวสีด้วย N-word นั่นเอง

ความรักระหว่างพระนางของเรา ไฟโลและวินเยตต์ เริ่มต้นขึ้นตอนที่ไฟโลถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารร่วมรบบนที่ดินแดนชื่อ “เทอร์นาน็อค (Tirnanoc)” ซึ่งเดิมเคยเป็นอาณาจักรของเผ่าเฟ ก่อนที่มนุษย์ชาวเบิร์กและชาวแพกต์จะเริ่มเข้ามาทำสงครามแย่งชิงพื้นที่กัน ณ สมรภูมิรบแห่งนั้น มนุษย์ทหารและภูตสาวผู้ทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดได้พบรักกัน แต่ไม่นานวินเยตต์ก็ต้องใจสลายเมื่อไฟโลตายในสงคราม ทิ้งให้คนรักต้องทรมานกับความเศร้าเสียใจ และดินแดนบ้านเกิดที่กำลังจะตกไปเป็นของคนอื่น ทว่าหลายปีต่อมา วินเยตต์จับพลัดจับผลูได้มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเบิร์ก ที่นั่นเธอได้พบกับความจริงอันน่าตกใจ ว่าคนรักที่เธอเคยคิดว่าตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ แถมยังทำงานเป็นตำรวจมียศอีกด้วย

คดีฆาตกรรมปริศนากับการเมืองอันน่าปวดหัว

ด้วยความที่พระเอกของเราเป็นตำรวจ ทำให้เส้นเรื่องพาเขาไปเกี่ยวข้องกับคดีแปลก ๆ หลายเหตุการณ์ และส่วนมากมักจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับคริตช์ทั้งสิ้น ทั้งคดีทำร้ายร่างกายที่มีต้นตอมาจากการเหยียดเผ่าพันธุ์ ไปจนถึงคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับมนตร์ดำและชนชั้นปกครอง ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ร่วมไขปริศนาไปพร้อมกับพระเอก ขณะเดียวกันก็จะได้เห็นสภาพสังคมและชีวิตความเป็นอยู่อันน่าสงสารของเหล่าคริตช์ ผู้ซึ่งเป็นเสมือนชนชั้นแรงงานชั้นล่างสุด ที่นอกจากจะต้องดิ้นรนกับความไม่เท่าเทียมแล้ว ยังต้องเผชิญกับการถูกตีตราจากสังคมให้เป็นเพียงแค่ทาสต่างเผ่าพันธุ์

นอกจากส่วนของความรักและคดีฆาตกรรม พาร์ทของการเมืองใน Carnival Row ก็เข้มข้นไม่ต่างกัน โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงการชิงดีชิงเด่นในสภา ความอคติของมนุษย์ชนชั้นปกครองที่ทำให้เกิดกฎหมายเอาเปรียบเผ่าพันธุ์อื่น การเล่นสกปรกเพื่อชิงอำนาจระหว่างนายกเทศมนตรีของเมืองเบิร์กกับพรรคฝ่ายค้าน และสุดท้ายทุกพาร์ทก็จะไปบรรจบกันในเหตุการณ์ที่เป็นจุดจบของซีซั่น เรียกได้ว่ามีครบทุกรส ไม่ว่าคุณจะโหยหาแฟนตาซี เวทมนตร์ โรแมนติก ดราม่า สืบสวนสอบสวน หรือแม้แต่การเมืองและการปกครอง นอกจากนี้ยังนำเสนอประเด็นเรื่องความแตกต่างระหว่างชาติพันธุ์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ

แม้ว่า Amazon จะไม่ได้ทุ่มเงินในการผลิตคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์มสตริมมิงเป็นจำนวนมากเหมือน Netflix หรือ HBO (ต้องเข้าใจหน่อยว่าเจ้านี้เขาทำหลายธุรกิจ ไม่ใช่แค่ Video on Demand อย่างเดียว) แต่โปรดักชั่นของ Carnival Row ต้องบอกว่าไม่ไก่กาเลยนะครับ อาจเทียบเท่ากับ Shadow and Bone หรือ The Witcher ของเน็ตฟลิกซ์เลยทีเดียว คอมพิวเตอร์กราฟิกทำออกมาได้ลื่นไหล งานภาพก็ได้อารมณ์ Stempunk ตามแบบฉบับยุควิคตอเรียน และที่เลิศที่สุดจากทั้งหมด ก็คือคอสตูมและเมคอัพที่สวยงาม เนรมิตคนธรรมดาให้เป็นสัตว์ต่าง ๆ ได้เนียนกริบ นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรค่ากับการนั่งดูระหว่างช่วงล็อคดาวน์ครับ

Carnival Row สามารถดูได้ที่แอป Prime Video สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมเสียเงิน แอปเขาก็มีช่วงทดลองใช้ฟรี 7 วัน รับรองว่ามีเวลาเหลือเฟือพอให้ดูซีรีส์เรื่องนี้จบได้แน่นอน