ย้อนชีวิต Wanda Maximoff เพราะตัวร้ายไม่ใช่แค่ “คนไม่ดี”

0
154

ย่างเข้าปี 2022 ธุรกิจหนังที่หยุดชะงักไปเพราะสถานการณ์โควิดเริ่มกลับมาขยับขยายกันอย่างคล่องตัวมากขึ้น ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel เองก็เช่นกัน เริ่มส่งออกหนังที่ดองไว้ออกมารัว ๆ จนมีให้ดูกันแทบจะเดือนเว้นเดือน แต่ถ้าพูดถึงหนังที่ใหญ่ที่สุดของ MCU Phase 4 ในช่วงนี้ แน่นอนว่าหนีไม่พ้น Doctor Strange in the Multiverse of Madness ภาคต่อของหมอแปลกที่พาแฟน ๆ ไปท่องจักรวาลมัลติวเวิร์สกันแบบจุก ๆ และหนึ่งตัวละครที่ได้รับบทบาทเป็นตัวร้ายในภาคนี้ก็คือ Scarlet Witch หรือ วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ (Wanda Maximoff) แม่มดแดงผู้เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กลุ่ม Avengers มาก่อน

ทว่าเพราะเหตุใดตัวละครที่เคยเป็นฮีโร่กลับหันไปเดินทางสายดาร์กจนกลายเป็นตัวร้ายได้ขนาดนี้? แรงผลักดันอะไรที่ทำให้เธอเลือกทำร้ายชีวิตคนบริสุทธิ์ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน? บทความนี้เจ้าสลอธจะพาไปย้อนดูชีวิตที่ผ่านมาของเธอกัน แล้วจะพบว่า คนที่รับบทเป็น “ตัวร้าย” ก็ผ่านความเจ็บปวดมามากมายเหมือนกัน

คำเตือน: บทความนี้มีสปอยล์

เด็กหญิง Wanda Maximoff กับการสูญเสียพ่อแม่จากระเบิดของ Stark Industries

วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ ปรากฎตัวขึ้นในหนัง MCU เป็นครั้งแรกในภาค Avengers: Age of Ultron โดยแรกเริ่มเรารู้จักเธอและ ปิเอโตร พี่ชายฝาแฝด ในฐานะเครื่องมือขององค์กรก่อการร้าย HYDRA ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับใจและหันมาเข้าร่วมกับกัปตันอเมริกา จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่ม Avengers ในที่สุด ทว่าก่อนจะเติบโตมาเป็นวันด้าผู้แข็งแกร่งในปัจจุบัน หญิงสาวคนนี้กลับต้องเผชิญความสูญเสียอันน่าเศร้าตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งอดีตส่วนนี้ของเธอได้ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกในซีรีส์วันด้าวิชั่น (WandaVision)

วันด้าเกิดและเติบโตในโซโคเวีย ประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป Oleg Maximoff และ Iryna Maximoff พ่อและแม่ของเธอเป็นเพียงชนชั้นแรงงานที่ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ก็สามารถเลี้ยงลูก ๆ ให้มีความสุขได้ภายในห้องพักเล็ก ๆ

ครอบครัวแม็กซิมอฟฟ์ ประกอบด้วย พ่อ แม่ ปิเอโตร และวันด้า ในวัย 10 ขวบ

จนกระทั่งปิเอโตรและวันด้าอายุได้ราว 10 ขวบ ระหว่างที่ครอบครัวแม็กซิมอฟฟ์กำลังนั่งดูละครซิทคอมก่อนนอนอย่างมีความสุข ฉับพลันกลับมีระเบิดลูกใหญ่พุ่งทะลุผนังบ้านเข้ามากระทันหัน ทับ Oleg และ Iryna จนเสียชีวิตภายใต้ซากปรักหักพัง ภาพสุดท้ายที่วันด้าได้เห็นคือแม่ของเธอกำลังส่งยิ้มมาให้ ก่อนที่วินาทีต่อมาทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงอดีตอย่างน่าเศร้า

โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน สองพี่น้องจึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด พวกเขาติดอยู่ในซากบ้านนานกว่า 2 วัน จนกระทั่งถูกช่วยเหลือออกมา วันด้าและปิเอโตรจำได้แม่นว่าบนระเบิดลูกที่คร่าชีวิตพ่อกับแม่ไป มีตัวอักษร Stark Industries สลักไว้ (เนื่องจากในตอนนั้น Stark Industries สนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอเมริกาในการทำสงครามกับโซโคเวีย) ทำให้สองพี่น้องผูกใจแค้นตระกูลสตาร์คมานับตั้งแต่นั้น

ระเบิดที่ Stark Industries สนับสนุนให้กองทัพอเมริกานำมาใช้ในสงครามกับโซโคเวีย ประเทศบ้านเกิดของวันด้า

สูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวไปในการต่อสู้เคียงข้างกลุ่ม Avengers

หลังจากพ่อกับแม่ตาย ชีวิตของ Wanda Maximoff และพี่ชายก็ระหกระเหินจนไปเข้าร่วมกับองค์กร HYDRA ด้วยความต้องการจะแก้แค้นตระกูลสตาร์ค วันด้าและปิเอโตรถูกไฮดร้านำตัวไปทดลองกับ Mind Stone อัญมณีจิตใจซึ่งเป็นหนึ่งใน Infinity Stone เศษเสี้ยวพลังของอัญมณีทำให้เธอมีพลังพิเศษ สามารถสะกดจิต เข้าไปควบคุมสมองคนอื่น สร้าง เคลื่อนย้าย และเปลี่ยนสภาพวัตถุได้ ส่วนพี่ชายของเธอก็ถูกทดลองเช่นกัน และได้พลังที่ทำให้เคลื่อนที่เร็วเหนือมนุษย์มา ภายหลังเขาได้รับฉายาว่า Quicksilver

สองพี่น้องต่อสู้ในฐานะเครื่องมือของ HYDRA จนกระทั่งองค์กรถูกปราบปรามลง ในเหตุการณ์ Age of Ultron ทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปเข้าร่วมกับอัลตรอนแทนด้วยปณิธานแน่วแน่ในการแก้แค้น Ironman หรือโทนี่ สตาร์ค ทายาทตระกูลสตาร์คเพียงหนึ่งเดียวในขณะนั้น

การตายของปิเอโตร แม็กซิมอฟฟ์ หรือ Quicksilver ในหนัง Avengers: Age of Ultron

ก่อนที่ความจริงจะเปิดเผยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของอัลตรอนคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์โลก สองพี่น้องจึงกลับใจมาช่วยกลุ่ม Avengers ต่อสู้ขับไล่อัลตรอนแทน ในตอนนั้นวันด้ายังไม่เข้าใจในพลังมากนัก เธอไม่รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน และยังไม่รู้ว่าต้องควบคุมพลังยังไง แต่ด้วยความสามารถที่โดดเด่นและจิตใจที่ลึก ๆ ก็เป็นคนดี ทำให้เหล่าอเวนเจอร์สยอมรับเธอและพี่ชายเข้ากลุ่ม

ทว่าขณะที่ต่อสู้กับอัลตรอน เหล่าอเวนเจอร์สกำลังเพลี่ยงพล้ำ ปิเอโตรตัดสินใจสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเด็กชายคนหนึ่งที่ทำให้เขานึกถึงตัวเองในวัยเด็ก การสูญเสียพี่ชายฝาแฝดผู้เป็นเหมือนครึ่งหนึ่งของชีวิตไปทำให้วันด้าเสียใจมาก เธอกรีดร้องและระเบิดพลังออกมาฆ่าหุ่นอัลตรอนบริเวณนั้นจนหมดเกลี้ยง ฉากนี้ทำให้เห็นว่าพลังของวันด้าแข็งแกร่งมาก แต่ยิ่งเธอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เท่าไหร่ เวทมนตร์ของเธอก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้นเช่นกัน

Wanda Maximoff ระเบิดพลังหลังจากเสียพี่ชายฝาแฝดไปใน Avengers: Age of Ultron

สูญเสียวิชั่นรักเดียวและรักสุดท้ายไปด้วยน้ำมือตัวเอง

หลังจากสูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวไปในศึกอัลตรอน วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ไม่มีทั้งบ้านและครอบครัวให้กลับไปหาอีกแล้ว เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่ศูนย์บัญชาการอเวนเจอร์ส และที่นั่นเองเธอก็ได้พบกับ Vision มนุษย์ไวเบรเนียมที่มีสมองเป็นปัญญาประดิษฐ์ เดิมทีวิชั่นเป็นระบบคิมพิวเตอร์ AI Assistant ที่โทนี่ สตาร์คสร้างขึ้นไว้คอยเป็นผู้ช่วยให้ตัวเอง แต่เมื่อได้รับพลังจากอัญมณี Mind Stone ทำให้เขามีจิตใจและความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ธรรมดา จนได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์จักรกลที่มีพลังมากที่สุดในโลก

วิชั่นและวันด้าสนิทกันภายในเวลาไม่าน เนื่องจากทั้งคู่มีบางอย่างเชื่อมถึงกัน ด้วยความที่วิชั่นเป็นมนุษย์ที่มีสมองเป็นปัญญาประดิษฐ์ นั่นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่เคยมีคนรักหรือได้รับความรักจากใคร ส่วนวันด้าหลังจากเสียพี่ชายไป เธอก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกัน วิชั่นจึงเข้าใจหัวอกวันด้าได้ไม่ยาก ขณะที่วันด้าเองก็รู้สึกว่าตัวเองมีคนคอยรับฟัง และปลอบประโลมให้หลุดพ้นจากความเศร้าได้บ้าง ต่อมาทั้งสองก็ตกหลุมรักกันในที่สุด

Wanda Maximoff และ Vision จากซีรีส์ WandaVision

เรื่องราวความรักในฐานะยอดมนุษย์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอัญมณี Mind Stone ที่ให้พลังชีวิตแก่วิชั่นนั้นเป็นที่หมายปองของตัวร้ายสุดโต่งอย่าง Thanos ตัววิชั่นรู้ดีว่าสักวันธานอสจะต้องมาตามเอาอัญมณีไปแน่นอน และเขารู้อีกว่าคนที่มีพลังมากพอจะทำลายอัญมณีนั้นก็คือวันด้า ใน Avengers: Infinity War เมื่อไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกต่อไป วันด้าจึงต้องใช้พลังทำลายอัญมณีทิ้ง นั่นเท่ากับเธอจำใจฆ่าคนรักผู้เป็นทั้งความหวังของชีวิตใหม่ และครอบครัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ด้วยน้ำมือตัวเอง

ซ้ำร้ายความเจ็บปวดยังไม่จบลงแค่นั้น เนื่องจากธานอสดันมีอัญมณี Time Stone อยู่ในมือ ทำให้เขามีพลังควบคุมเวลาดั่งใจนึกได้ วิชั่นถูกย้อนเวลากลับไปตอนที่ยังไม่ตาย และวันด้าต้องทนดูคนรักของเธอถูกเจาะกะโหลกเอาอัญมณีบนหน้าผากไปอย่างน่าสลดใจอีกครั้ง

การตายของวิชั่น (Vision) ใน Avengers: Infinity War

สูญเสียลูกชายทั้งสองไปจนหัวใจแตกสลาย

จากเหตุการณ์ “เดอะบลิ๊ป (The Blip)” ซึ่งธานอสใช้อัญมณีที่ชิงจากวิชั่นไปได้ ดีดนิ้วล้างบางคนไปครึ่งจักรวาล วันด้าเป็นหนึ่งในผู้คนที่ถูกทำให้หายไปเช่นกัน แต่โชคดีที่หลังจากเหตุการณ์ใน Avengers: End Game เหล่าอเวนเจอร์สที่เหลืออยู่สู้จนย้อนเวลาให้ประชากรทั้งหมดกลับมาได้ หลังเวลาผ่านไป 5 ปีหลายคนได้กลับมาพบกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก แต่วันด้าต้องกลับมาโดยพบว่าไม่มีใครเหลือรอเธออยู่เลย อัญมณี Mind Stone ถูกทำลายไปแล้ว วิชั่นไม่มีวันกลับมาอีก กลุ่มอเวนเจอร์สที่เคยเป็นเหมือนครอบครัวก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง และส่วนใหญ่ก็ตายไปแล้วจากการสู้ในศึก End Game

ในซีรีส์ WandaVision ที่ฉายบน Disney+ Hotstar จะเล่าเรื่องราวน่าเศร้าหลังจากที่เธอกลับมาจากการบลิ๊ป วันด้าเดินทางไปที่เมือง Westview ในรัฐ New Jersey ที่นั่นเธอได้พบกับที่ดินแปลงเล็ก ๆ กลางเมือง ซึ่งเธอและวิชั่นซื้อไว้โดยหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตยามแก่ชราไปด้วยกัน ทั้งสองวาดฝันว่าจะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาทั่วไป วางบทบาทยอดมนุษย์ผู้ปกป้องโลกไว้เบื้องหลัง ปลูกบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ มีเพื่อนบ้านที่น่ารัก และสร้างครอบครัวที่ประกอบด้วย วันด้า วิชั่น และลูกชายฝาแฝดชื่อ บิลลี่ และ ทอมมี่ ทว่าไม่มีเสี้ยวใดในความฝันนั้นเป็นจริงได้เลยสักอย่าง วันด้าต้องพบกับความจริงที่ว่าตอนนี้วิชั่นจากไปแล้ว และเธอเหลือตัวคนเดียวอีกครั้งท่ามกลางแปลงที่ดินอันว่างเปล่า

Wanda Maximoff ระเบิดพลังอีกครั้งในซีรีส์ WandaVision

ด้วยความเศร้าและจิตใจที่แตกสลาย วันด้าระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้พลังของเธอเหลือล้นกว่าครั้งไหน ๆ จนสามารถสร้าง มิติเสมือนจริง ปกคลุมเมืองเวสต์วิวทั้งเมืองเอาไว้ทั้งเมือง และทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่นั้นถูกวันด้าใช้เวทมนตร์ลวงตาให้กลายเป็นเหมือนโลกในฝันโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัว ผู้คนถูกสะกดจิตให้เล่นตามบทที่เธอต้องการ บ้านเรือนและวัตถุสิ่งของถูกแปรสภาพให้กลายเป็นเซ็ตติ้งในแบบที่เธอชอบ พลังอันมหาศาลที่ควบคุมชีวิตคนนับพันไว้นี้เรียกว่า Chaos Magic เวทมนตร์ที่มีเพียง Scarlet Witch แม่มดผู้ถูกพยากรณ์ว่าจะทำลายโลกเท่านั้นที่สามารถร่ายได้

ในโลกแห่งความฝัน วันด้าสร้างภาพลวงตาว่าตัวเธอได้มีชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากจะมี ได้แต่งงานกับวิชั่นและย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสามีและลูกชายฝาแฝด ทว่าเมื่อวันด้ารู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำให้ชีวิตคนบริสุทธิ์นับพันต้องตกอยู่ในอันตราย เธอก็จำใจต้องพังโลกแห่งความฝันนั้นทิ้งด้วยมือตัวเอง รวมถึงลูกชายทั้งสองของเธอด้วย

บิลลี่ และ ทอมมี่ ลูกชายฝาแฝดของวันด้าและวิชั่นในซีรีส์ WandaVision

จาก Wanda Maximoff สู่ Scarlet Witch

จากเหตุการณ์ในชีวิตทั้งหมดที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าตัวละคร Wanda Maximoff นั้นผ่านความเจ็บปวดมาอย่างแสนสาหัส และถึงจะมีช่วงสั้น ๆ ที่ได้มีความสุขกับเขาบ้าง ก็เป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราวที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น จนเธอถึงกับเคยระบายให้วิชั่นฟังในซีรีส์ WandaVision ว่าเธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เหมือนชีวิตโดนคลื่นซัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอเธอพยายามจะลุกขึ้นยืน ก็กลับมีคลื่นลูกใหม่ซัดจนล้มอีกครั้ง

จากข้อมูลที่เปิดเผยในซีรีส์ เราจะได้รู้ว่า Scarlet Witch ซึ่งเป็นแม่มดที่มีพลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นไม่ได้มีพลังเวทมนตร์มาตั้งแต่เกิด แต่สการ์เล็ตวิทช์เกิดจากการถูกหล่อหลอมขึ้นมา ต้องผ่านชีวิตที่ทุกข์ระทมอย่างมากกว่าจะปลดล็อคพลังนี้ได้ ซึ่งน่าเศร้าที่ชะตากรรมนั้นกลับตกเป็นของวันด้า หญิงสาวผู้มีความฝันแสนธรรมดา เพียงแค่ได้สร้างครอบครัวกับชายที่ตนรักเท่านั้น

Wanda Maximoff หรือ Scarlet Witch จากหนัง Doctor Strange in the Multiverse of Madness

วันด้ากลายเป็น Scarlet Witch อย่างเต็มตัวในหนัง Doctor Strange in the Multiverse of Madness เธอพยายามใช้คาถาด้านมืดในคัมภีร์ Dark Hole เพื่อเดินทางไปยังมัลติเวิร์สอื่น ที่ซึ่งเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูก ๆ ที่มีตัวตนอยู่จริง แต่ปัญหาคือในมัลติเวิร์สอื่นนั้นก็ย่อมมีตัวเธออีกคนหนึ่งอยู่ด้วย วันด้าใช้ศาสตร์มืดส่งปีศาจไปตามล่า America Chavez เด็กสาวผู้มีพลังในการเปิดประตูไปสู่จักรวาลไหนก็ได้ และยอมทำแม้กระทั่งคร่าชีวิตทุกคนที่เข้ามาขวางเธอ

วันด้าทั้ง 2 คน จากหนัง Doctor Strange in the Multiverse of Madness

หลายคนที่ดู Doctor Strange in the Multiverse of Madness โดยไม่ได้ติดตามเรื่องราวของวันด้า หรือดูซีรีส์ WandaVision มาก่อน อาจจะรู้สึกว่าเธอเป็นแค่ตัวร้ายแบน ๆ ตรรกะบิดเบี้ยว ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ความจริงตัวละครนี้ผ่านการสูญเสียและความเจ็บปวดมามากมาย ยังไม่นับความกดดันที่เธอมักถูกผู้คนในสังคมมองว่าเป็นคนใจร้ายที่สร้างความเสียหายไปทั่วในฐานะอเวนเจอร์สอีกต่างหาก ดังนั้นหลังจากอ่านบทความนี้ เจ้าสลอธก็อยากให้ทุกคนเห็นใจเธอให้เยอะ ๆ นะครับ คนใจร้ายไม่ใช่วันด้าหรอก แต่เป็น Marvel ต่างหาก!