ย้อนรอย 80 ปีทอมแอนด์เจอร์รี ภาพจำของความทรงจำวัยเด็ก

0
771
Tom and Jerry The Movie ย้อนรอย 80 ปีทอมแอนด์เจอร์รี พร้อม Live Action ภาคใหม่

เมื่อพูดถึงวัยเด็กในความทรงจำ สมัยก่อนหลาย ๆ คนคงจะคุ้นเคยกับการเปิดโทรทัศน์ในตอนเช้า นั่งรอดูการ์ตูนจากช่องโมเดิร์นไนน์ในวันเสาร์อาทิตย์ นับเป็นความสุขสุดสัปดาห์สำหรับเราในวัยไม่กี่ขวบ ถึงแม้ตอนนี้คุณผู้อ่านอาจจะโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว แต่สลอธก็เชื่อว่าการ์ตูนในเช้าวันเสาร์อาทิตย์เหล่านั้นจะยังคงซุกซ่อนอยู่ในความทรงจำของทุกคนแน่นอน และเรื่องหนึ่งที่ไม่ว่าเห็นเมื่อไหร่ ก็มักจะย้ำให้เรานึกถึงช่วงเวลาวัยเด็กอยู่เสมอ นั่นก็คือ “Tom & Jerry” บทความนี้เจ้าสลอธจะพาไปย้อนดูเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากยุคสู่ยุคของการ์ตูนในตำนานเรื่องนี้กัน

กำเนิดทอมแอนด์เจอร์รีโดยค่าย MGM

ต้นกำเนิดของ Tom & Jerry เริ่มต้นมาจากสตูดิโอหนังยักษ์ใหญ่แห่งฮอลลีวูดอย่าง Metro Goldwyn Mayer (MGM) หรือที่คนไทยน่าจะรู้จักกันดีว่า “ค่ายสิงโตคำราม” นั่นแหละครับ จริง ๆ ในตอนนั้น MGM ไม่ได้สนใจลงทุนทำหนังการ์ตูนเท่าไหร่นัก เพราะอย่างที่รู้ว่าค่ายนี้เน้นผลิตหนังคนแสดงมากกว่า แต่ด้วยความที่ในค่ายเองก็มีแผนกแอนิเมชันอยู่แล้ว โปรเจกต์ทอมแอนด์เจอร์รีจึงได้รับไฟเขียวให้สร้างได้ โดยที่ทางค่ายเองก็ไม่ได้คิดว่าจะประสบความสำเร็จยาวนานขนาดนี้

แรกเริ่ม Tom & Jerry ไม่ได้ถูกกำหนดมาให้เป็นแมวกับหนูตั้งแต่ต้น ทีมงานเพียงแค่คิดไอเดียคร่าว ๆ ว่าจะให้เรื่องนี้เกี่ยวกับคู่กัดที่ไม่ลงรอยกัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สุดท้ายจึงมาลงท้ายที่แมวกับหนูในที่สุด ช่วงปี 1940 ทอมแอนด์เจอร์รีถูกผลิตออกฉายในโรงภาพยนตร์ในรูปแบบหนังการ์ตูนสั้น จากนั้นก็ถูกพับโปรเจกต์ไป แล้วค่อยรื้อขึ้นมาใหม่ พับ ๆ รื้อ ๆ อยู่อย่างนั้นหลายรอบ ผ่านมือผู้กำกับหลายคน ทีมงานหลายทีม ค่อย ๆ ประสบความสำเร็จเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 1961 ก็ประสบความสำเร็จมากถึงขั้นทำรายได้มากกว่า Looney Tunes ของ Warner Bros. ซึ่งในขณะนั้นเป็นแฟรนไชส์การ์ตูนที่แทบจะครองตลาดอเมริกันแบบไม่มีใครเทียบได้ และยิ่งเป็นที่นิยมขึ้นไปอีก เมื่อถูกนำไปผลิตเป็นการ์ตูนฉายทางโทรทัศน์ช่อง CBS แถมยังได้ออกอากาศในเวลาไพรม์ไทม์อย่างตอนเช้าวันอาทิตย์ด้วย ดังนั้นไม่ใช่แค่คนไทยนะครับที่มีทอมแอนด์เจอร์รีอยู่ในความทรงจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของวัยเด็ก ฝรั่งเองก็ตื่นแต่เช้ามารอดูการ์ตูนเหมือนเรานี่แหละ (ฮา)

เปลี่ยนมือจาก MGM มาอยู่บ้าน Warner Bros.

ในปี 1986 Tom & Jerry ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปโดย Ted Turner ผู้ก่อตั้งช่องทีวี WTBS และภายหลังช่องนี้ก็ถูก Wanrner Bros. ซื้อไปอีกที ทอมแอนด์เจอร์รีในยุคหลังจึงถูกพัฒนาโดยเงินทุนและทีมงานของเจ้าของใหม่ ซึ่งก็แน่นอนว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เพราะ Warner Bros. เองก็มีแผนกแอนิเมชันที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว ปัจจุบันเจ้าแมวหนูคู่นี้จึงไปปรากฎอยู่ในช่องลิขสิทธิ์ของทางวอร์เนอร์ ร่วมกับการ์ตูนเรื่องอื่น ๆ อย่าง Looney Tunes และ Scooby-Doo

Warner Bros. ไม่ได้เพียงแค่ทำให้ทอมแอนด์เจอร์รีประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม แต่ยังนำพาการ์ตูนเรื่องนี้ข้ามผ่านยุคสมัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุคที่โทรทัศน์กำลังเป็นที่นิยม สู่ยุคที่กระแสวิดิโอออนดีมานด์ เช่น Youtube และเว็บไซต์ต่าง ๆ เริ่มเข้ามาแทนที่ มาจนถึงยุคปัจจุบันที่สตรีมมิงแอปกำลังมาแรง HBO MAX แพลตฟอร์มสตรีมมิงของ HBO ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทวอร์เนอร์ ก็นำเอาทอมแอนด์เจอร์รีไปลงในแอปด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าถ้าหาก MGM คือผู้ให้กำเนิด Warner Bros. ก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงที่ทำให้คู่หูเจ้าแมวกับเจ้าหนูเติบโตมาได้จนทุกวันนี้

Tom & Jerry The Movie 2021: เมื่อทอมแอนด์เจอร์รีคืนสู่จอภาพยนตร์

หลังจากโทรทัศน์เข้ามาแทนที่ยุคของโรงหนังและโรงละคร ทอมแอนด์เจอร์รีก็ถูกผลิตอยู่บนแพลตฟอร์มของการ์ตูนทีวีเรื่อยมา และไม่เคยกลับไปอยู่ในรูปแบบภาพยนตร์อีกเลยนับจากนั้น แต่ด้วยความสามารถของผู้กำกับ Tim Story ในที่สุดการ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้หวนคืนจอหนังที่ซึ่งมันถือกำเนิดมาอีกครั้ง พร้อมกับเรื่องราวของตัวละครเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี เมื่อทอมกับเจอร์รีถูกไล่ออกจากบ้านหลังที่เคยอยู่ (ที่ตีกันจนบ้านแตกทุกวันนั่นแหละ) และต้องระหกระเหินมาใช้ชีวิตในมหานครนิวยอร์ก ตัวเจอร์รีแอบเข้าไปอยู่ในโรงแรมห้าดาวสุดหรู เมื่อผู้จัดการทราบเข้า จึงจัดการจ้างทอมมากำจัดมันออกไป เพราะโรงแรมนี้กำลังจะถูกใช้เป็นที่จัดงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของคู่รักเซเลปชื่อดัง แน่นอนว่าพล็อตมาขนาดนี้แล้ว ทุกคนคงเข้าใจได้ทันทีว่าเดอะมูฟวี่เรื่องนี้จะอยู่ในรูปแบบของ Live Action

เมื่อพูดถึงไลฟ์แอ็กชันในวงการแอนิเมชัน สมัยนี้เราอาจจะคุ้นเคยกับเรื่องดัง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของทางฝั่งอนิเมะญี่ปุ่น เช่น Stand by Me: Doraemon, Detective Conan, Attack on Titan หรือทางฝั่งฮอลลีวูดตะวันตก อย่าง Detective Pikachu, Sonic the Hedgehog และหนังไลฟ์แอ็กชันในเครือดิสนีย์ เช่น เจ้าหญิงเบลล์ฉบับเอมม่า วัตสัน ใน Beauty and the Beast (2017) หรือเจ้ายักษ์จีนี่และพรมวิเศษใน Aladdin (2019) รวมถึงไลฟ์แอ็กชันในรูปแบบซีรีส์ เช่น The Witcher ของเน็ตฟลิกซ์ เป็นต้น แต่เดอะมูฟวี่ของทอมแอนด์เจอร์รีเรื่องนี้กลับแตกต่างจากไลฟ์แอ็กชันทุกเรื่องที่กล่าวมา เพราะตัวละครสัตว์ทุกตัวในเรื่องนี้จะถูกคงไว้ในรูปแบบ 2 มิติ ไม่ได้พยายามปั้นออกมาให้เหมือนจริงแบบที่หลาย ๆ เรื่องทำ

การผสมผสานฟุตเทจที่เป็นภาพในชีวิตจริงเข้ากับตัวละคร 2 มิติ ทำให้เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ข้อดีคือจะไม่เกิดคำวิจารณ์ว่าตัวละครในไลฟ์แอ็กชันทำออกมาไม่เหมือนกับต้นฉบับแน่นอน ซึ่งประเด็นนี้ Sonic the Hedgehog เคยโดนมาหนักมาก ๆ เพราะเจ้าโซนิคในเรื่องถูกทำเป็น 3 มิติแล้วดันออกมาหน้าตาดูประหลาดมาก ๆ ไม่เท่เหมือนต้นฉบับเลยสักนิด ส่วน Tom & Jerry The Movie ยังไงก็ไม่โดนแฟน ๆ ตำหนิในประเด็นนี้  เพราะตัวละครในไลฟ์แอ็กชันกับต้นฉบับหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ เพียงแค่มีการเพิ่มแสงเงา ดูมีมิติมากกว่านิดหน่อยเท่านั้น

ส่วนข้อเสียเพียงข้อเดียวก็คือ มันขัดตาและดูไม่สมจริงเอาเสียเลยครับ การนำเสนอแบบ 2 มิติทำให้ตัวละครดูลอย ๆ โดด ๆ ออกมา เหมือนไม่เป็นหนึ่งเดียวกับฉาก ซึ่งแม้ว่าตรงนี้อาจเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ แต่ในมุมมองของคนดูมันก็แอบรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างหนังกับการ์ตูน จนเราไม่รู้ว่าจะดูสื่อบันเทิงในรูปแบบไหนอยู่กันแน่ แต่ถ้าหากพูดถึงเนื้อเรื่องแล้ว ไลฟ์แอ็กชันนี้ทำออกมาได้เป็น ‘Original Tom & Jerry’ จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความกวนประสาทของหนู หรือความไร้สาระของแมว ก็ยังคงเป็นทอมแอนด์เจอร์รีที่เรารู้จักเหมือนสมัยเด็ก ๆ ชวนให้คิดถึงช่วงเวลาเก่า ๆ ได้เหมือนเคย

Tom & Jerry The Movie เข้าโรงในไทยไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็น่าจะลงแอปสตรีมมิงให้ได้ซื้อดูกันได้จากที่บ้านแบบสบาย ๆ แล้ว นอกจากในแพลตฟอร์มของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง Warner Bros. แอปของไทยเราก็มีนำเข้ามาเช่นเดียวกัน โดยสามารถเช่าชมง่าย ๆ ได้ทาง TrueID ครับ ตัวหนังอาจจะไม่ได้มีปมจริงจังอะไรมากนัก แต่ดู ๆ แล้วนึกถึงความทรงจำสมัยเด็ก ๆ ก็เพลินไม่หยอกเลยทีเดียว