สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นไปกับ Lightyear เจ้าทหารอวกาศหัวม่วงจาก Toy Story

0
72

“สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น” เป็นประโยคติดปากของตัวละครหนึ่งที่ถ้าใครเคยดู Toy Story มาก่อน ไม่มีทางที่จะไม่รู้จักตัวละครนี้ เพราะเขาคือ Buzz Lightyear ของเล่นทหารอวกาศหัวม่วงที่มาพร้อมชุดสเปซเรนเจอร์ และพลังเลเซอร์สุดเทพ ถึงแม้ในเรื่อง บัซ ไลท์เยียร์อาจจะเด่นไม่เท่าพระเอกอย่งคาวบอยวูดดี้ แต่ก็เด่นมากพอที่ Pixar จะตัดสินใจสร้างแอนิเมชันภาคแยกให้ตัวละครนี้

และดูเหมือนพิกซาร์จะทำได้สำเร็จด้วยครับ เพราะเจ้าสลอธพูดได้เลยว่า Lightyear (2022) เป็นภาคแยกที่ตราตรึงใจที่สุด ไม่แพ้ Toy Story ภาคหลักทั้ง 4 ภาคเลยทีเดียว

Lightyear เรื่องราวภาคแยกของ บัซ ไลท์เยียร์ (Buzz Lightyear) ของเล่นทหารอวกาศหัวม่วงจาก Toy Story

คำเตือน: บทความนี้มีสปอยล์เรื่องย่อ Lightyear

ในปี 1995 แอนดี้ได้ของเล่นจากหนังเรื่องโปรดของเขา และ Lightyear คือหนังเรื่องนั้น

Lightyear เล่าเรื่องราวของหน่วยทหารอวกาศ หรือ Space Ranger ในโลกอนาคตอันใกล้ ซึ่งมีหน้าที่สำรวจดวงดาวตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยมีหัวหน้าหน่วยชื่อว่า อลิชา ฮอว์ทอร์น ส่วนพลทหารที่ทำหน้าที่ขับยานอวกาศมีชื่อว่า บัซ ไลท์เยียร์ ในครั้งนี้เหล่าสเปซเรนเจอร์ได้รับมอบหมายให้พายานบรรจุประชากรที่ส่วนใหญ่เป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ จำนวน 1,200 คน เพื่อไปสำรวจหาดาวที่สามารถสร้างอาณานิคมมนุษย์ใหม่ได้ พวกเขาตัดสินใจลงจอดที่ดาวชื่อ “T’Kani Prime” แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อดาวดวงนี้ไม่ได้ดูปลอดภัยอย่างที่คิด แต่กลับเต็มไปด้วยเอเลี่ยนแมลงและเถาวัลย์มีชีวิตที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกคน

บัซ (Buzz) และอลิชา ฮอว์ทอร์น (Alisha Hawthrone) หัวหน้าหน่วทหารอวกาศหรือ Space Ranger

บัซพยายามพาคนอื่น ๆ หนี แต่ก็ไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำยานอวกาศยังได้รับความเสียหาย และทำให้เขาและคนอื่น ๆ อีก 1,200 ชีวิตต้องติดอยู่บนดาวดวงนั้น ห่างไกลจากโลกหลายล้านปีแสง แม้ว่าหัวหน้าอลิชาจะพยายามปลอบใจว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของเขา แต่บัซก็ยังคงโทษตัวเอง พร้อมกับสาบานว่าวันหนึ่งจะต้องพาทุกคนกลับไปยังโลกให้ได้

ชิ้นส่วนสำคัญที่เสียหายจนทำให้ยานไม่สามารถกลับโลกได้ คือส่วนที่ชื่อว่า Hyperspeed Crystal หินคริสตัลที่สามารถสร้างแรงวาร์ปมหาศาลจนส่งให้ยานอวกาศทั้งลำเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง ข้ามผ่านจากจักรวาลสู่อีกจักรวาลภายในเวลาไม่กี่นาที อลิชาจึงสั่งให้มีการสร้างคริสตัลชิ้นใหม่ขึ้นมา และนำคริสตัลนั้นไปทดสอบโดยใส่ในยานขนาดเล็กที่มีบัซเป็นคนขับ

ภารกิจที่บัซจะต้องทำคือการขับยานบินรอบดาว เพื่อดูว่าคริสตัลที่ใช้ทดสอบสามารถสร้างความเร็วเหนือแสงในการบินข้ามอวกาศเต็ม 100% โดยไม่แตกสลายได้ไหม จากนั้นก็ค่อยกลับมาลงจอดที่ฐาน ภารกิจนี้มีระยะทางเพียงสั้น ๆ และใช้เวลาทดสอบไม่เกิน 4 นาทีเท่านั้น

บัซ (Buzz) ขณะปฏิบัติภารกิจบินทดสอบ Hyperspeed Crystal

4 นาทีในอวกาศ มีค่าเท่ากับ 4 ปีบนดาว T’Kani Prime

เมื่อบัซขับยานกลับมาลงจอดที่ดาวดวงเดิม กลับพบความจริงที่ว่า 4 นาทีที่เขาอยู่ในอวกาศนั้นมีค่าเท่ากับ 4 ปีบนดาว T’Kani Prime แต่ถึงอย่างนั้นบัซก็ยังคงไม่ล้มเลิกความพยายามในการทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อชดใช้ความรู้สึกผิดในใจ

เขาขับยานทดสอบออกสู่อวกาศครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งทุกครั้งกาลเวลาก็ผันผ่านไปเรื่อย ๆ ทีละ 4 ปี บัซกลับมาพบกับอลิชาที่แก่ตัวลง จากหญิงสาววัยรุ่นสู่วัยกลางคน มีครอบครัว มีลูกตัวน้อย ๆ จนลูกโต แต่งงาน มีหลาน กระทั่งการบินทดสอบครั้งสุดท้าย บัซก็พบว่าอลิชาไม่ได้อยู่รอการกลับมาของเขาอีกต่อไปแล้ว

ขณะเดียวกัน Sox เจ้าหุ่นยนต์แมวคู่ใจของบัซก็ได้ค้นพบส่วนผสมคริสตัลที่ถูกต้อง สามารถสร้างความเร็วเหนือแสงและพาทุกคนกลับโลกได้ แต่ทว่าผู้บังคับบัญชาคนใหม่ได้สั่งหยุดการบินทดสอบ และตัดสินใจว่าอาณานิคมมนุษย์จะปักหลักอยู่บนดาว T’Kani Prime อย่างถาวรแล้ว บัซไม่สามารถยอมรับการตัดสินใจนั้นได้ เพราะเขามองว่าการที่ทุกคนติดอยู่บนดาวดวงนี้นั้นถือเป็นความผิดพลาด เขาจึงออกปฏิบัติภารกิจกลับโลกด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับหุ่นยนต์ลึกลับชื่อว่า Zurg ที่อยู่ ๆ ก็ปรากฎตัวขึ้น และพยายามจะลักพาตัวบัซขึ้นไปที่ยานของมัน

เซิร์ก (Zurg) หุ่นยนต์ปริศนาที่พยายามลักพาตัว บัซ ไลท์ยียร์ (Buzz Lightyear) ด้วยเหตุผลบางอย่าง

รีวิว: ไม่เข้มข้นเท่า Toy Story แต่ก็ทำให้หวนคิดถึงความทรงจำเก่า ๆ

สำหรับใครที่คาดหวังว่าเรื่องราวของ บัซ ไลท์เยียร์ จะต้องเป็นไซไฟเข้มข้น มีฉากทหารอวกาศสู้กันยิ่งใหญ่ประหนึ่ง Star Wars เจ้าสลอธบอกเลยว่าแอนิเมชันเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ แต่จะออกแนวการ์ตูนดูง่าย เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีเสียมากกว่า เนื้อเรื่องไม่ได้ซึ้งแบบเข้มข้นเข้าขั้นดราม่า แต่ก็มีฉากให้ติดตามลุ้นอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่สำคัญคือสร้างความฟีลกู๊ดได้แน่นอน ตามประสาแอนิเมชันทั่วไปของ Pixar

ในเมื่อเรื่องนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นภาคแยกที่สร้างมาจากตัวละครใน Toy Story หลายคนก็อาจจะคาดหวังให้มันมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับภาคหลักบ้างไม่มากก็น้อย แต่ประเด็นนี้แฟน ๆ อาจจะต้องผิดหวังนะครับ เพราะ ‘ภาคแยก’ ของพิกซาร์ หมายถึงภาคแยกที่แยกออกมาจริง ๆ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องของทอยสตอรี่เลย ยกเว้นคำโปรยตอนต้นก่อนหนังเริ่ม ที่เกริ่นแค่ว่าหนังที่เรากำลังจะได้ดูต่อไปนี้ คือหนังเรื่องโปรดของแอนดี้เท่านั้น ส่วนเนื้อเรื่องที่เหลือทั้ง 105 นาที ไม่มีอะไรสื่อถึงภาคหลักเลย

Lightyear เรื่องราวภาคแยกของ บัซ ไลท์เยียร์ (Buzz Lightyear) ของเล่นทหารอวกาศหัวม่วงจาก Toy Story

ความโชคดีในความโชคร้ายก็คือ เนื่องจากมันไม่เกี่ยวอะไรกับภาคหลัก ทำให้เราสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้โดยไม่ต้องดู Toy Story มาก่อนก็ได้ครับ รับรองว่ารู้เรื่องไม่มีงง แต่สำหรับใครที่เป็นแฟนทอยสตอรี่ บางส่วนของหนังก็ทำให้เราหวนคิดถึงความทรงจำเก่า ๆ ได้อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคาแร็คเตอร์ของบัซที่เหมือนเดิมเป๊ะ ๆ หรือฟังก์ชันต่าง ๆ ของชุด Space Ranger ซึ่งมีทุกอย่างเหมือนของเล่นที่แอนดี้เคยเล่น เป็นต้น

โดยรวม Lightyear อาจจะไม่ใช่หนังที่ได้คะแนนสูงอะไรมากนัก (รายได้เปิดตัวในอเมริกาเท่า ๆ กับ Cars 3, The Good Dinosaur และ Onward ซึ่งนับว่าค่อนข้างต่ำ) แต่สำหรับแฟน ๆ ทอยสตอรี่ เจ้าสลอธรับรองได้ว่าประทับใจ คุ้มค่ากับค่าตั๋วและเวลาชั่วโมงกว่า ๆ ในโรงภาพยนตร์แน่นอน