Jurassic World: Dominion ว่าด้วยหนังไดโนเสาร์ที่ทำออกมา “มั่ว” ที่สุด

0
82

ผ่านไปถึง 3 ปี ในที่สุดแฟรนไชส์หนังไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง Jurassic Park ก็กลับมาคืนจออีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมภาคล่าสุดที่โปรโมทไว้อย่างยิ่งใหญ่ Jurassic World: Dominion ว่าด้วยเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่ถูกปล่อยออกจากเกาะสวนสนุก “อิสลา นูบลา (Isla Nublar)” มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมโลกเดียวกันกับมนุษย์ ทว่าถึงฉากแอ็กชันจะมันส์แค่ไหน หนังจูราสสิกภาคนี้ก็ยังคงมีข้อบกพร่องบางอย่างเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ไม่เคยพัฒนาขึ้นจากภาคเก่า ๆ อยู่ดี

กิกาโนโทซอรัส (Giganotosaurus) ไดโนเสาร์กินเนื้อพันธุ์ใหญ่ที่กลับมาปรากฎตัวอีกครั้งในหนัง Jurassic World: Dominion
กิกาโนโทซอรัส (Giganotosaurus)

เรื่องของเรื่องก็คือ จูราสสิกนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นหนังไดโนเสาร์ที่พล็อตเรื่องไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เช่นเดียวกับหนังแอ็กชันสัตว์ยักษ์เรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Godzilla, Pacific Rim ฯลฯ ความสนุกของมันอยู่ที่ไดโนเสาร์ล้วน ๆ ครับ แต่ถึงอย่างนั้น ไดโนเสาร์ในหนังแฟรนไชส์จูราสสิกกลับโดนวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ภาคแรก ๆ แล้วว่าไม่สมจริงเอาเสียเลย ทั้งที่ไดโนเสาร์หลายสายพันธ์ก็มีตัวอย่างฟอสซิลและหลักฐานการศึกษามากมาย

ภาคแรก ๆ อย่าง Jurassic Park ยังพอเข้าใจว่าฉายครั้งแรกก็ตั้งปี 1993 สมัยนั้นวิทยาการเรียนรู้เรื่องบรรพชีวินวิทยายังไม่ก้าวหน้ามากนัก อาจจะมีองค์ความรู้เรื่องไดโนเสาร์ให้ศึกษาน้อย แต่หลังจากแฟรนไชส์ถูกนำกลับมาทำภาคต่อใหม่เป็น Jurassic World ในปี 2015 ปรากฎว่าหนังซีรีส์นี้ก็ไม่ได้พัฒนาไปไกลสักเท่าไหร่ มีเพียง CGI ที่ทำได้สวยขึ้น แต่ลักษณะและพฤติกรรมของไดโนเสาร์ในเรื่อง เคยมั่วยังไงก็ยังคงมั่วอยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ ที่เป็นที่นิยมอย่าง ทีเร็กซ์ (T-Rex) และ เวโลซิแรปเตอร์ (Velociraptor)

NO SPOLIER: บทความนี้ปลอดภัย ไม่มีสปอยล์

ทีเร็กซ์ พระเอกตลอดกาลตั้งแต่ Jurassic Park ยัน Jurassic World: Dominion ไม่ใช่ไดโนเสาร์ที่สายตาไม่ดี

ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) หรือ ทีเร็กซ์ (T-Rex) ไดโนเสาร์ที่ยังเป็นตัวเอกตั้งแต่ Jurassic Park จนถึง Jurassic World: Dominion
ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) หรือ T-Rex

ใน Jurassic World: Dominion เราจะสังเกตเห็นว่าตัวละครที่คุ้นเคยกับไดโนเสาร์มาก่อน เวลาเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่อย่างทีเร็กซ์ (T-Rex) ตัวละครมักจะแนะนำให้คนอื่น ๆ อย่าวิ่งหนี ให้อยู่นิ่งห้ามขยับตัว ซี่งเป็นวิธีที่ทำกันมาตั้งแต่สมัย Jurassic Park ภาคแรก ด้วยความเชื่อว่าทีเร็กซ์เป็นไดโนเสาร์ที่สายตาไม่ดี และมีการมองเห็นที่จำกัด เนื่องจากขนาดหัวกับจมูกอันใหญ่โตของมันไม่สัมพันธ์กับดวงตาที่มีขนาดเล็ก

หารู้ไม่ว่าในความเป็นจริง การศึกษาและการค้นพบฟอสซิลใหม่ ๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่า ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) หรือทีเร็กซ์นั้นไมได้สายตาไม่ดี ตรงกันข้าม มันมองเห็นได้ดีแทบจะเทียบเท่ากับนกเหยี่ยวในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ!

ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) หรือ ทีเร็กซ์ (T-Rex) ไดโนเสาร์ที่ยังเป็นตัวเอกตั้งแต่ Jurassic Park จนถึงภาคปัจจุบัน

Hans Sues ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาได้อธิบายในรายการ Paleontologist Reviews Dinosaur Movie Scenes ของช่อง Vanity Fair ว่า จากการศึกษาฟอสซิลส่วนกะโหลกของทีเร็กซ์ พบว่ามันมีประสาทการมองเห็นแบบ “Binocular Vision” หรือระบบที่ดวงตาสองข้างมีระยะการมองเห็นด้านหน้าซ้อนทับ (Overlap) กันประมาณ 60 องศา ทำให้มองเห็นแบบสามมิติ ไม่มีจุดบอด และรับภาพได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นระบบแบบเดียวกับดวงตาของมนุษย์ รวมถึงสัตว์นักล่าส่วนใหญ่ เช่น เหยี่ยว งู สิงโต เป็นต้น

แตกต่างจากสัตว์ที่มีระบบการมองเห็นแบบ “Monocular Vision” ซึ่งส่วนใหญ่จะมีดวงตาอยู่ข้างหัว ไม่สามารถมองเห็นภาพซ้อนทับกันได้ ทำให้มีจุดบอดที่ด้านหน้า ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการมองเห็นของทีเร็กซ์นั้นคมชัดเทียบเท่ากับสัตว์นักล่าทั่วไป แน่นอนว่ามันไม่มีทางมองไม่เห็นมนุษย์ที่ยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงหน้าแน่นอน

เวโลซิแรปเตอร์ ในความเป็นจริงตัวเล็กเท่าไก่งวง แถมไม่ได้อยู่เป็นฝูงด้วย!

ฝูงเวโลซิแรปเตอร์ (Velociraptor) จากหนัง Jurassic World ภาคแรก หนึ่งในนั้นคือ “บลู” แรปเตอร์เพศเมีย

ไดโนเสาร์อีกตัวที่นับได้ว่าเป็นตัวเอกมาตั้งแต่ Jurassic World ภาคแรก และกลับมามีบทเด่นอีกครั้งใน Jurassic World: Dominion ก็คือเจ้า บลู ไดโนเสาร์พันธุ์เวโลซิแรปเตอร์ (Velociraptor) หรือที่เราชอบเรียกสั้น ๆ กันว่าแรปเตอร์นั่นเอง

ในจูราสสิกเราคุ้นเคยกับเวโลซิแรปเตอร์ที่หน้าตาคล้ายกิ้งก่ายักษ์ ดุร้าย เดินสองขา วิ่งเร็ว และที่สำคัญคืออยู่รวมกันเป็นฝูง ล่าเหยื่อขนาดใหญ่เป็นฝูงคล้ายกับไฮยีน่า แต่ในความเป็นจริงฟอสซิลส่วนกะโหลกของเวโลซิแรปเตอร์ที่เคยขุดเจอนั้นมีขนาดเล็กกว่ากะโหลกของสุขนัขเสียอีก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ลงความเห็นว่าร่างกายของเวโลซิปแรปเตอร์นั้นน่าจะมีความยาวประมาณ 2 เมตร (จากหัวถึงปลายหาง) และสูงประมาณ 0.5 เมตร น้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม

นั่นหมายความว่าไซส์ของมันแทบจะตัวเท่า ๆ กับไก่งวงในปัจจุบัน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับในหนังที่จะเห็นว่าเจ้าบลูตัวสูงยิ่งกว่ามนุษย์ผู้ชายเสียอีก

ตัวอย่างฟอสซิลจริงของเวโลซิแรปเตอร์ (Velociraptor) ขนาดตัวใหญ่ประมาณไก่งวงในปัจจุบัน
ตัวอย่างฟอสซิลจริงของเวโลซิแรปเตอร์ (Velociraptor)

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ในปี 1993 ปีเดียวกับที่หนัง Jurassic Park ภาคแรกออกฉาย มีการประกาศการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่า “ยูทาห์แรปเตอร์ (Utahraptor)” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ในวงศ์โรมีโอซอร์ วงศ์เดียวกันกับเวโลซิแรปเตอร์ เจ้ายูทาห์แรปเตอร์นี้เองที่มีขนาดตัวใกล้เคียงกับเวโลซิแรปเตอร์ในหนังจูราสสิก โดยสูงประมาณ 5.5 เมตร และหนักได้ถึง 300 กิโลกรัม ดังนั้นหนังก็ไม่ได้มั่วไปหมดเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ยังทำขนาดตัวแรปเตอร์ออกมาได้ใกล้เคียงอยู่บ้าง (ถึงจะผิดพันธุ์ก็เถอะ)

ทว่าความมั่วเกี่ยวกับแรปเตอร์อีกอย่างของ Jurassic Park ที่ถูกส่งต่อมาถึงภาคปัจจุบันก็คือ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่พบหลักฐานว่าแรปเตอร์อยู่รวมกันเป็นฝูงครับ เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นสัตว์นักล่าเดี่ยวมากกว่า ไม่ได้ร่วมมือกันหลาย ๆ ตัวเหมือนอย่างที่เราเห็นในหนัง

ไดโลโฟซอรัส ไดโนเสาร์แผงคอพ่นพิษ ที่ไม่มีทั้งแผงคอ และไม่ได้พ่นพิษ

ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) ในหนัง Jurassic World: Dominion สามารถแผ่แผงคอและพ่นพิษได้
ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus)

นอกจากทีเร็กซ์กับเวโลซิแรปเตอร์แล้ว ไดโนเสาร์อีกสายพันธุ์ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นแล้วต้องส่ายหัว ก็คือ ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) หรือไดโนเสาร์ที่สามารถแผ่แผงคอออกมาเหมือนกิ้งก่า และพ่นพิษได้ ในความเป็นจริงนักบรรพชีวินวิทยาให้ความเห็นว่า สายพันธุ์นี้ไม่น่าจะมีแผงคอ รวมถึงไม่น่าจะพ่นพิษได้ด้วย

หลักฐานคือ โดยปกติสัตว์ที่มีความสามารถในการพ่นพิษออกสู่อากาศ (Spit) อย่างงู จะมีต่อมพิษเหนือฟัน และเขี้ยวของแทบทุกสายพันธุ์จะต้องมีโพรงเล็ก ๆ เพื่อให้ของเหลวจากต่อมพิษถูกส่งออกมาสู่ภายนอกได้ เขี้ยวหรือฟันในลักษณะนี้จะถูกเรียกว่า “Hollow Teeth” ข้อสำคัญก็คือ ไดโลโฟซอรัสไม่มีเขี้ยวลักษณะนี้ครับ ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากฟอสซิล จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ไดโนเสาร์พันธุ์นี้จะพ่นพิษได้

ประเด็นเรื่องความไม่สมจริงของจูราสสิกเป็นที่ถกเถียงมาเนิ่นนาน แต่ผู้ชมอย่างเราก็อย่าลืมนะครับว่าอย่างไรก็ตาม หนังไดโนเสาร์ก็คือหนังแฟนตาซีประเภทหนึ่ง จะมีความมโนแบบมั่ว ๆ ไปบ้างก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ส่วนใครที่อยากเห็นกับตาตัวเองว่ามั่วยังไง ตอนนี้ Jurassic World ภาคล่าสุดก็เข้าฉายแล้วในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ไปดูกันแล้วอย่าลืมกลับมาบอกเจ้าสลอธบ้างนะว่าคิดเห็นยังไง ^^