ทริปเกาะเต่าครั้งแรก 3 วัน 2 คืน นั่งรถทัวร์ 8 ชั่วโมงเต็ม

0
64
Cr.Pic : Oxygen Tour

เหนื่อยมาทั้งปี ทั้งเรื่องงาน เรื่องรัก ขอพักไปชาร์จพลังแบบเต็มสูบที่เกาะเต่าแบบ 3 วัน 2 คืน น้ำใสมาก แบบ กอไก่ล้านตัว ดำน้ำดูประการังก็ฟินสุด วันนี้จะมารีวิวแบบไม่มีกั๊ก สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวเกาะเต่าแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป อ่านจบแล้วรีบหาวันลา จองตั๋วรถทัวร์ด่วนๆ ค่า ส่วนคนทางนี้เตรียมตัวแพลนทริปใหม่แล้วเพราะร่างกายต้องการทะเลหนักมาก อัดอั้นจากโควิดมาแสนนานขอไปเที่ยวพักผ่อน นอนอาบแดด แบบโนว์สนโนว์แคร์ทุกสิ่งจากโลกใบนี้ แค่คิดก็ฟินแล้วบอกเลย

วิธีการเดินทางไปเกาะเต่า
สำหรับทริปนี้เรามีทางเลือกไม่มาก พยายามเสิร์จหาข้อมูล หรืออ่านรีวิวต่างๆ จากคนที่เคยไปมาแล้วบ้างซึ่งหลักๆ ก็มี 2 ทาง นั่นคือ

  1. นั่งเครื่องบินไปลงสนามบินที่ชุมพร แล้วนั่งรถไปท่าเรือ จากนั้นนั่งเรือไปเกาะเต่า ซึ่งก็จะมี 2 สายการบินให้เลือกคือ Nok Air และ Air Asia ซึ่ง ณ เวลานั้นลองเช็ครอบบินหมดแล้วพบว่ามีแต่รอบบ่ายทั้งนั้น ซึ่งทางเราก็ไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้น เพราะจากการคำนวณดูแล้ว ไปถึงก็คงจะเกือบค่ำ ไม่ทันจะได้เที่ยวก็หมดเวลาไปแล้ว 1 วัน จึงขอผ่านทางเลือกนี้ไปโดยปริยายจ้า
  2. ไปขึ้นรถทัวร์ที่ถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างจะคุ้มมากเนื่องจากเรากดซื้อตั๋วในแอปพลิเคชันklook ซึ่งจะมีสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย โดยเราซื้อตั๋วคอมโบโดยสารเฟอร์รีและรสบัสระหว่างกรุงเทพ-เกาะเต่าของลมพระยา (Lomprayah) ได้มาในราคา 1,263.- จาก 1,350.- ราคานี้รวมค่ารถและเรือไปถึงเกาะเต่าแล้วจ้า แน่นอนว่ากดซื้อทันทีอย่างไม่ลังเลใจ ขาไปเราไปขึ้นรถทัวร์ที่ท่ารถตรงถนนข้าวสารคืนวันศุกร์ รถออกจากท่า 3 ทุ่ม ถึงท่าเรือเช้าวันเสาร์ เวลาตี5 เป็นครั้งแรกที่นั่งรถทัวร์ยาวนานขนาดนี้ใช้เวลาร่วม 8 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางเขาก็มีจอดแวะพักรถที่ประจวบคีรีขันธ์เวลาประมาณตี 2 ให้เราเข้าห้องน้ำ หาอะไรกินรองท้องด้วย ได้เดินยืดเส้นยืดสายไปในตัว พอถึงท่าเรือแล้วก็ลงจากรถไปล้างหน้าแปรงฟันหาอะไรกินนิดหน่อย เพราะต้องรอขึ้นเรือรอบ 7 โมง (แอบกระซิบว่าราคาอาหารที่ท่าเรือแอบแรงใช่เล่น) แต่ก็อร่อยน้า เมื่อเรือมาถึงทุกคนก็เตรียมยกสัมภาระ ต่างๆ เดินเรียงแถวกันข้ามสะพานไปขึ้นเรือ โดยถึงเกาะเต่าเวลาประมาณ 8โมง 45 นาที

ที่พักริมทะเลในเกาะเต่า พักที่ไหนดี

Cr.Pic : Saidaeng Resort

เมื่อถึงเกาะก็จะมีรถของรีสอร์ทมารับไปเช็คอิน โดยเราได้ไปพักที่ทรายแดงรีสอร์ทบอกเลยว่าเห็นวิวแล้วหายเหนื่อยหายเมื่อยทันที แล้วระหว่างที่นั่งรถไปรีสอร์ทนั้นบอกได้คำเดียวเลยว่า เสียวสุดๆ เพราะทางลาดชันเหมือนขับรถทะยานขึ้นสู่ภูเขายังไงยังงั้นวิวจากห้องที่พักนั้นดีมาก มองเห็นน้ำทะเลสีฟ้า ที่ใสสุดๆ ดุจคริสตัล ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างอะไรขนาดนี้ ตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด พนักงานก็น่ารักเรียกเมื่อไรมาเมื่อนั้นคอยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี โดยโปรแกรมวันแรก เช็คอินเก็บข้าวเก็บของแล้วก็ขออาบน้ำแต่งตัวแล้วไปออกไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับไปเที่ยวหาดทรายรีที่เขาว่ากันว่าอาหาร และของกินเยอะมาก เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวมักจะพากันไป แต่เมื่อพอไปถึงกลับเซอร์ไพรส์กว่าจ้า เพราะร้านพากันปิดไปเยอะมาก และชายหาดก็แทบไม่มีคน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย แต่มองในมุมกลับกัน เรากลับรู้สึกชอบที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติจริงๆ น้ำใส ไร้ขยะ และแน่นอนเราได้ใช้เวลาฟังเสียงคลื่น สนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น บรรยากาศเงียบสงบ ราวกับเป็นเกาะส่วนตัวก็ไม่ปาน สุดท้ายก็ขับรถวนๆ อยู่แถวนั้นเพื่อหาร้านอาหารกินกันจนได้มาเจอร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่งที่ราคาไม่แพง แต่รสชาติอร่อยใช้ได้เลยแหละค่ะ ก่อนจะกลับที่พักก็ขอแวะเข้าเซเว่นตุนขนมกันสักนิด เพราะแถวที่พักนั้นไม่ค่อยมีร้านขายของชำ หรือซุปเปอร์มาเก็ตเลย รู้สึกว่าตัวเองติดเกาะจริงๆ ก็วันนี้ สัญญาณโทรศัพท์ก็มาๆ หายๆ แต่ทนได้ เพราะมีอย่างอื่นให้ทำเยอะแยะเลย ในที่พักมีสระว่ายน้ำด้วยและมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะเลย เล่นไปเล่นมาเริ่มหิวเลยสั่งน้ำกล้วยปั่นทานแก้กระหายซะเลย รสชาติอร่อยว้าวมาก เล่นที่สระจนหนำใจก็ไปเดินเล่นต่อที่ชายหาด พายเรือคายัคเล่นสนุกสุดๆ เล่นกันจนเย็นก็ขึ้นมาสั่งอาหารเย็นทาน หมดวันไปแบบเหนื่อยๆ แต่คุ้มค่า เพราะว่าซึมซับและเก็บทุกเม็ดจริงๆ

ราคาห้องพักต่อคืน / แพคเกจ


ทรายแดงรีสอร์ท 3 วัน 2 คืนมีหลายแพคเกจให้เลือกเยอะมาก ราคาก็ดีด้วยเรากับเพื่อนไปกันทั้งหมด 3 คนเลยเลือกแพคเกจ 9,250.-/3ท่าน ห้อง Family Deluxe Ocean หาร 3 ก็ตกกันคนละ 3,000 กว่าบาทเอง สิ่งที่จะได้ก็มี อาหารเช้า 2 มื้อ a la carte’ ตั้งแต่ 7.00-10.00 น. อาหารเที่ยงบนเรือ 1 มื้อ (ข้าวกล่องเฉพาะช่วง covid) อาหารเย็นวันแรกที่รีสอร์ท 1 มื้อ 19.00-21.00 น. *มี set ให้เลือก ภายในรีสอร์ทมี Infinity pool bar วิวทะเลพาโนรามาด้วย ฟรีพายเรือ Kayak มีทริปดำน้ำ รอบเกาะเต่า-นางยวน โดยรถมารับที่รีสอร์ท 9.00 น. ของวันที่ 2 เป็นทัวร์ดำน้ำของ Oxygen Tour Koh Tao ฟรีอุปกรณ์ดำน้ำ ก่อนดำน้ำเขาจะมีการสอนดำน้ำก่อนปรับพื้นฐานให้แต่ละคน เพื่อให้ในทริปนั้นทุกคนได้เห็นโลกใต้ท้องทะเลที่สวยงามกันถ้วนหน้าโดยดำหาดทรายแดงหาฉลาม-เต่า ดำดูฝูงปลา-ปะการังอ่าวหินงาม ดำดูปะการังที่ Shark Island

ประสบการณ์ดำน้ำที่เกาะเต่า


บอกเลยว่าประทับใจ Oxygen Tour Koh Tao มากพี่ๆ ทุกคนน่ารัก คอยดูแล เอาใจใส่ ให้คำแนะนำดีมากๆ ใครที่ว่ายน้ำไม่ค่อยเป็นพี่ๆ ก็จะพาเราลากไปดูปะการังที่ใต้น้ำโดยไม่บ่นว่าเหนื่อยสักคำ อาหารก็อร่อย เพลิดเพลินสุดๆ มีการคิดท่า หามุมถ่ายรูปให้ด้วย วันนั้นทั้งวันไม่จับมือถือเลยเพราะไม่มีสัญญาณ 555 ที่จริงก็สนุกด้วยแหละ ดำกันตั้งแต่เช้าจนเย็น จนตัวดำกันเลยทีเดียวแต่ยอม เพราะมีความสุขจริงๆ โดยครั้งนี้ที่ดำเราลงดำทุกเกาะที่ไปเลยค่ะแล้วก็คุ้มค่าเมื่อได้เห็นกับ ฉลาม-เต่า ตัวเป็นๆ ที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ นะคะ จบไปกับทริปดำน้ำที่มาพร้อมความหิวโหย

สุดยอดร้านอาหารในเกาะเต่า


ขึ้นมาจากการดำน้ำ ไม่รอช้ารีบอาบน้ำแต่งตัวโทรให้รถของร้าน Blue Heaven Resort & Restaurant มารับไปที่ร้านโดยบริการรับส่งไปกลับราคาประมาณ 400 บาทถ้าจำไม่ผิดนะคะ ซึ่งถือว่าคุ้มเพราะอาหารอร่อยมาก สั่งไปหลายเมนูตามที่เขาแนะนำมาว่าเด็ด ได้แก่ผัดสะตอกุ้ง กากหมูผัดพริกเกลือ แกงเหลืองปลากะพงที่จัดว่าเนื้อปลานั้นเด้งสดมาก และอีกหลายอย่างเหมือนกันค่ะ อิ่มหนำกันพอประมาณถึงเวลากลับที่พัก นอนหลับสนิทกันทุกคนเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน

เดินทางกลับจากเกาะเต่าไปกรุงเทพ
ขากลับก็เช่นเดิมขึ้นเรือที่ท่าของลมพระยา และนั่งรถทัวร์กลับบ้าน กว่าจะถึงก็ค่ำพอดี เรียกได้ว่านั่งรถกันจนก้นชา เหนื่อยนะคะแต่มีความสุขและยังอยากจะกลับไปที่นั่นอีก แต่ขอเวลาทำใจเรื่องการนั่งรถเป็นเวลานานๆ ก่อน อีกอย่างแค่ 3 วัน 2 คืนนั้นมันไม่พอจริงๆ ค่ะ ถ้าจะไปคิดว่าสัก 4-5 วันจะกำลังดี จะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ จากการเดินทาง

ท้ายนี้อยากฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะคะที่ใครกำลังอยากไปเที่ยวพักผ่อน แต่ไม่รู้จะไปไหนดี แนะนำเลยค่ะเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ผู้คนมีน้ำใจ และมีสถานที่ ธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์มากๆ คิดอะไรไม่ออกคิดถึงทะเล เพราะทะเลจะเยียวยาทุกสิ่งค่ะ ไปเที่ยวกันเถอะ